Thai
EN / TH
Hospital Hotline
Call : +662 310-3000
or 1719 (Local calls)

Cancer Care Excellence / Special Medical Services

Cancer Care Excellence / Special Medical Services

เครื่องฉายรังสี EDGE มิติใหม่ รังสีศัลยกรรม

รังสีศัลยกรรม (Radiosurgery)

รังสีศัลยกรรม คือ การรักษาก้อนเนื้องอก โดยการให้รังสีปริมาณสูงไปทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ  โดยใช้เวลาในการรักษาในระยะเวลาสั้น เพียง 1-5 ครั้งเท่านั้น (ปกติการรักษาด้วยรังสีรักษาทั่วไปจะใช้เวลาในการรักษานานหลายสัปดาห์) โดยลำรังสีจะไปทำลายเซลล์มะเร็งโดยตรง มีผลกระทบต่อเนื้อเยื่อปกติบริเวณข้างเคียงน้อย

เมื่อเซลล์มะเร็งได้รับรังสีปริมาณสูง ทำให้ความสามารถในการเพิ่มจำนวนเซลล์มะเร็งถูกทำลายและตายไปในที่สุด

การรักษาด้วยรังสีศัลยกรรม อาจใช้การฉายรังสีเพียงครั้งเดียว หรือหลายครั้ง (ส่วนใหญ่ไม่เกิน 5 ครั้ง) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิด ขนาด และตำแหน่งของมะเร็ง ขณะเดียวกันรังสีศัลยกรรมอาจไม่เหมาะกับเนื้องอกหรือมะเร็งบอกชนิด

เครื่องฉายรังสี EDGE คืออะไร?

เครื่องเร่งอนุภาค EDGE เป็นเครื่องฉายรังสีศัลยกรรม สามารถให้ขอบเขตลำรังสีที่สอดรับกับรูปร่างหรือรูปทรงของก้อนมะเร็ง และในรังสีปริมาณสูงจะเข้าทำลายเซลล์มะเร็งได้ทุกตำแหน่งของร่างกาย เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่ไม่สามารถรักษาโดยการผ่าตัด

ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงของเครื่องเร่งอนุภาค EDGE ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพ สามารถฉายรังสีได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ สะดวก และรวดเร็ว ซึ่งการรักษาส่วนใหญ่จะใช้เวลาในห้องฉายรังสีเพียง 15 นาทีต่อครั้ง

EDGE ตอบโจทย์ทุกด้านของรังสีรักษา

ด้านผู้ป่วย​

  • ให้ประสิทธภาพสูงในการรักษาและบรรเทาอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็ง
  • ไม่เจ็บและไม่เสียเลือด
  • ถูกต้อง แม่นยำ สะดวก และรวดเร็ว

ด้านแพทย์รังสีรักษา​

  • สามารถใช้ได้ทุกเทคนิค: SRS, SRT, SBRT, 4D techniques
  • คุณสมบัติพิเศษ ได้แก่
    - High dose rates สูงถึง 2400 MU/min พร้อมด้วย flattening filter free (FFF)
    - ลำรังสีความละเอียดสูง ประกอบด้วยซี่วัตถุกัมมันตรังสี 120 ซี่ (HD120 MLC)
    - สามารถทำ  3D CRT, IMRT และ VMAT
  • ระบบคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพ
    - ECLIPSE radiotherapy treatment planning
    - ARIA oncology information system 

 

ประโยชน์ของเครื่อง EDGE

  • สามารถเร่งปริมาณรังสีให้มีความเข้มข้นสูง ทำให้ใช้ระยะเวลาในการรักษาสั้นลง
  • ด้วยระบบการมอนิเตอร์การหายใจขณะที่ผู้ป่วยรับการฉายรังสี ควบคุมให้การรักษาเป็นไปตามจังหวะการหายใจของผู้ป่วย เพิ่มความถูกต้องแม่นยำ และลดโอกาสการทำลายเนื้อเยื่อปกติข้างเคียง โดยเฉพาะการรักษารอยโรคในอวัยวะที่มีการเคลื่อนไหวตามการหายใจ เช่น มะเร็งปอด มะเร็งตับ เป็นต้น
  • เทคนิคการรักษาแบบรังสีศัลยกรรม ด้วยเครื่องเร่งอนุภาค EDGE ถูกออกแบบให้สามารถทำการรักษามะเร็งได้หลายชนิด ได้แก่ สมอง กระดูกสันหลัง ปอด อวัยวะในระบบทางเดินอาหาร และระบบทางเดินปัสสาวะ
  • เครื่องเร่งอนุภาค EDGE มีซี่วัตถุกัมมันตรังสีขนาดเล็ก จำนวน 120 ซี่ กว้าง 2.5 มม. ซึ่งสามารถเคลื่อนที่เป็นอิสระ ทำให้สามารถเปิดขอบเขตของลำรังสีให้กระชับสอดรับกับรูปร่างของก้อนมะเร็งที่ต้องการรักษา และป้องกันรังสีไม่ให้กระทบกับเนื้อเยื่อปกติข้างเคียง 
  • เครื่องเร่งอนุภาค EDGE มีระบบภาพนำวิถี (Image-Guided Radiation Therapy) เป็นระบบตรวจสอบตำแหน่งที่จะให้การรักษาที่ถูกต้อง ก่อนที่จะทำการฉายรังสีในแต่ละครั้ง
  • เครื่องเร่งอนุภาค EDGE ให้อัตราปริมาณรังสีสูง ทำให้การฉายรังสีแต่ละครั้งใช้เวลาสั้นลง เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ป่วยมากขึ้น

 

EDGE Treatment Flow

  1. การจำลองการรักษาด้วยเครื่อง X-Ray Computer (CT Simulation)



    เพื่อให้ทราบตำแหน่งของรอยโรค และนำภาพมาสร้างเป็นภาพ 3 มิติของรูปร่างของก้อนเนื้องอกและแอวัยวะสำคัญต่างๆ ในบริเวณใกล้เคียง เพื่อกำหนดตำแหน่งของรอยโรคที่ต้องการรักษา
     
  2. การคำนวณแผนการรักษา



    การวางแผนการรักษาด้วยระบบ Computer แบบ 3 มิติ/4มิติ จะคำนวณปริมาณรังสีตามเทคนิคในการรักษาอย่างถูกต้องแม่นยำ รวมทั้งแสดงให้เห็นการกระจายของปริมาณรังสีแบบ 3 มิติในบริเวณที่แพทย์ต้องการรักษา ให้เป็นไปตามแผนการรักษาที่วางไว้
     
  3. การรักษาโดยการฉายรังสี​



    ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาโดยฉายรังสีตามแผนการรักษาที่กำหนดไว้  โดยมีการตรวจสอบตำแหน่งของการรักษาด้วยระบบเอ็กซเรย์ตรวจสอบตำแหน่งก่อนเริ่มการฉายรังสีโดยแพทย์รังสีรักษา  จากนั้นก็จะเริ่มการฉายรังสี โดยเครื่องเร่งอนุภาคจะหมุนรอบตัวผู้ป่วย 360 องศา
     
  4. การตรวจสอบตำแหน่งการรักษาในระหว่างดำเนินการฉายรังสี​



    ในระหว่างผู้ป่วยรับการฉายรังสี  แพทย์รังสีรักษาสามารถดำเนินการตรวจสอบตำแหน่งของรอยโรคและก้อนเนื้อได้ตลอดเวลา เพื่อการรักษาที่ถูกต้องแม่นยำตรงตำแหน่งที่วางแผนการรักษาไว้
     
  5. การตรวจติดตามอาการหลังการรักษา​



    เมื่อผู้ป่วยรับการฉายรังสีครบตามแผนการรักษา  แพทย์ทางรังสีรักษาจะมีการนัดหมายผู้ป่วย เพื่อตรวจติดตามอาการหลังการรักษาเป็นระยะๆ