Thai
EN / TH
Hospital Hotline
Call : +662 310-3000
or 1719 (Local calls)

Cancer Care Excellence / Special Medical Services

Cancer Care Excellence / Special Medical Services

การรักษาด้วยรังสีระยะใกล้ Brachytherapy

เป็น วิธีการรักษาโดยให้ต้นกำเนิดรังสีอยู่ใกล้กับบริเวณที่ จะทำการรักษา (ก้อนมะเร็ง) ทำให้บริเวณที่อยู่ใกล้ต้นกำเนิดรังสีได้รับปริมาณรังสีสูง และบริเวณที่อยู่ถัดมา (เนื้อเยื่อปกติ) ได้รับปริมาณรังสีน้อย โดยต้นกำเนิดรังสีที่ใช้คือ อิริเดียม-192 ซึ่งมีลักษณะเป็นแท่งเล็กๆ และทำการรักษาได้ดังนี้

  • Mold คือการวาง อิริเดียม-192 ในแผ่นพลาสติกที่มีรูปร่างต่างๆตามก้อนมะเร็ง ใช้รักษามะเร็งที่ผิว
  • Intracavitary therapy คือการใส่อิริเดียม-192 เข้าไปในเครื่องมือ ซึ่งจะถูกใส่เข้าไปในบริเวณช่องหรือโพรงต่างๆของร่างกาย เช่น ในปากมดลูก ทวาร เป็นต้น
  • Intraluminal therapy คือการใส่อิริเดียม-192 เข้าไปในท่อ ในส่วนต่างๆของร่างกายที่สามารถใส่ท่อลงไปได้ เช่น ในปอด ในหลอดอาหาร เป็นต้น
  • Interstitial implant คือการใส่อิริเดียม-192 เข้าไปในก้อนมะเร็ง หรือในเนื้อเยื่อที่อยู่ระหว่างก้อนมะเร็ง วิธีนี้จะใช้ในการรักษาพวกมะเร็งช่องปาก และบริเวณที่อยู่ใกล้ผิว

ปัจจุบันเทคนิคการรักษาแบบนี้ได้พัฒนาโดยใช้สารกัมมันตรังสีขนาดเล็ก จึง ทำให้เครื่องมือที่ใช้มีขนาดเล็ก และสามารถวางแผนการรักษาแบบ 3 มิติ ซึ่งทำให้ได้การรักษาที่ถูกต้องแมนยำยิ่งขึ้น และการรักษายังใช้ระยะเวลารักษาไม่นาน ไม่ต้องนอนพักที่โรงพยาบาล เมื่อรักษาเสร็จสามารถกลับบ้านได้

 

ข้อบ่งชี้

  • มะเร็งปากมดลูก
  • มะเร็งเยื่อบุมดลูก
  • มะเร็งที่ลิ้น
  • มะเร็งลำไส้ใหญ่
  • มะเร็งสมอง
  • มะเร็งรังไข่
  • มะเร็งโพรงมดลูก
  • มะเร็งหลอดอาหาร
  • มะเร็งปอด
  • มะเร็งเต้านม

 

ประโยชน์ที่ได้รับ

  • เป็นการรักษาที่ใช้รังสีเข้าไปใกล้ ตำแหน่งที่ต้องการรักษาโดยตรงทำให้ได้รับรังสีปริมาณมาก และอวัยวะใกล้เคียงอื่นที่ไม่ต้องการที่ไม่เกี่ยวข้องจะได้รับรังสีน้อยลง
  • ใช้เป็นการรักษาร่วมกับการฉายรังสีจากภายนอก

 

ทางเลือกอื่นในการรักษา

  • เป็นการรักษาที่ใช้ร่วมกับการรักษาวิธีอื่น
  • การผ่าตัด

 

การเตรียมตัวก่อนใส่แร่

  • เย็นก่อนวัดนัด ควรรับประทานอาหารอ่อน เช่น ข้าวต้ม
  • เช้าวันนัดใส่แร่ ให้รับประทานอาหารอ่อน เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม
  • มาถึงโรงพยาบาลตามเวลานัด หรือมาก่อนเวลานัดประมาณ 30 นาที
  • กรุณาพาญาติมาด้วยทุกครั้ง

 

การเตรียมตัวก่อนใส่แร่

  • การใส่แร่เป็นส่วนหนึ่งของการรักษา โดยแพทย์จะใส่เครื่องมือในช่องคลอดและ/หรือโพรงมดลูก จากนั้นจะเอ็กซเรย์เพื่อตรวจสอบตำแหน่งของเครื่องมือ เมื่อเครื่องมืออยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ จึงจะมีการใส่แร่เข้าไปในเครื่องมือ
  • ในระหว่างการใส่แร่ ผู้ป่วยจะรู้สึกตัวตลอดเวลา และไม่ควรกังวลมากเกินไปในขณะใส่แร่ เพื่อให้การใส่แร่ไม่ลำบากและจะลดความเจ็บปวดของผู้ป่วยด้วย
  • หลังจากใส่เครื่องมือเรียบร้อยแล้ว จะต้องมีการคำนวณปริมาณรังสีโดยเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อความถูกต้องแม่นยำ เมื่อคำนวณเรียบร้อยจึงเริ่มทำการรักษา โดยการใส่แร่เข้าไปในเครื่องมือซึ่งใช้เวลาในการรักษาไม่นานส่วนมากจะใช้ เวลาประมาณ 15-30 นาที
  • เมื่อครบเวลาการรักษา เครื่องคอมพิวเตอร์จะนำแร่ออกจากคนไข้โดยอัตโนมัติ แล้วแพทย์จะนำเครื่องมือออกอีกครั้ง ดังนั้น ผู้ป่วยจึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีแร่ติดตัวกลับไป
  • จำนวนครั้งในการใส่แร่ของผู้ป่วยแต่ละราย ประมาณ 2-5 ครั้ง สัปดาห์ละ1-2 ครั้ง ขึ้นอยู่กับโรคของผู้ป่วย และการวินิจฉัยของแพทย์ผู้รักษาเป็นสำคัญ ดังนั้น ควรมาใส่แร่ตามคำแนะนำของแพทย์ให้ครบ เพื่อประโยชน์ในการรักษาที่ดีที่สุดของผู้ป่วยเอง

 

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยหลังใส่แร่

ผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก

  • วันหลังใส่แร่ห้ามสวนล้างช่องคลอด
  • ห้ามมีเพศสัมพันธ์
  • ห้ามยกของหนักเกิน 2-3 กิโลกรัมขึ้นไป
  • สังเกตตนเองถ้ามีเลือดติดกางเกงในเล็กน้อยไม่เป็นไร แต่ถ้ามีเลือดออกมากๆจนซุ่มผ้าปิดแผล ให้มาพบแพทย์
  • ทานอาหารตามปกติ
  • หลังใส่แร่จะมีปวดหน่วงท้องน้อยเล็กน้อยทานยาพาราเซตตามอล
  • ถ้ามีแสบขัดเวลาปัสสาวะให้ดื่มน้ำมากๆ แต่ถ้าไม่ดีขึ้นให้มาพบแพทย์

 

ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งหลังโพรงจมูก

  • ให้สังเกตว่ามีเลือดออกไหม
  • หลังใส่แร่จะมีน้ำมูกใสๆ ได้
  • ห้ามแคะจมูกเพราะจะทำให้เลือดออก
  • ถ้ามีเลือดออกมากให้มาพบแพทย์ทันที

 

ความเสี่ยงและผลข้างเคียงของการรักษา

  • ผลจากรังสี เนื่องจากแร่มีพลังงานสูง ดังนั้นห้องต้องเป็นห้องปิดมีเครื่องกั้นรังสี
  • อาจมีอาการไข้ต่ำๆ หลังการใส่แร่
  • อาการปวดท้องบริเวณที่ใส่แร่
  • มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน
  • อาจมีอาการเลือดออกหลังการใส่แร่