โรคงูสวัดภัยเงียบใกล้ตัวคุณ

โรคงูสวัดคืออะไร?

โรคงูสวัดเป็นโรคของผื่นผิวหนังที่มีความเจ็บปวดร่วมด้วย

โดยเชื้อที่ทำให้เกิดโรคงูสวัดคือเชื้อตัวเดียวกันกับโรคอีสุกอีใสชื่อว่า

“วาริเซลล่า ซอสเตอร์ ไวรัส” ดังนั้นหากผูใดเคยเป็นโรคอีสุกอีใส

มาแล้วจะพบว่ามี ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคงูสวัดด้วยนั่นเอง

เมื่อผู้ป่วย หายจากโรคอีสุกอีใสแล้ว

เชื้อ วาริเซลล่า ซอสเตอร์ ไวรัสจะไปหลบซ่อนในปมประสาท

ของร่างกายเป็นระยะหลายทศวรรษ และเมื่อภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสนี้ลดลง

จะทำให้เชื้อไวรัสกลับออกมาทางเส้นประสาทอีกครั้ง กลายเป็น “โรคงูสวัด”

 

 

อาการของโรคงูสวัดเป็นอย่างไร?

ผู้ป่วยจะมีอาการปวดลึกๆและแสบร้อน บริเวณผิวหนังเหมือนเป็นอาการเตือน หลังจากนั้น1-15 วัน มีผื่นแดง

ขึ้นตรงบริเวณที่ปวดแล้วกลายเป็นตุ่มน้ำใสซึ่งขณะนี้อาจจะมีอาการคัน ชา ทนรับสัมผัสไม่ได้แม้เพียงแค่ใส่เสื้อผ้าหรือปวดหัวเป็นต้น มากกว่าครึ่งของผื่นโรคงูสวัดที่พบ จะเกิดขึ้นบริเวณลำตัว แต่อย่างไรก็ตามเราสามารถพบโรคงูสวัดขึ้นบริเวณใบหน้าดวงตาละใบหูได้เช่นกัน

 

 

อาการแทรกซ้อนของโรคงูสวัด?

ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อย คือ อาการปวดตามแนว ผื่นงูสวัดซึ่งอาการปวดนี้มักพบบ่อยและรุนแรงในผู้สูงอายุ

ภาวะแทรกซ้อนอื่น ได้แก่ การติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน แผลเป็นสูญเสียการรับสัมผัส ภาวะแทรกซ้อนทางตา หากงูสวัดนั้นขึ้นผ่านเส้นประสาทที่เกี่ยวข้องกับตาผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน เป็นต้น

ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงแต่พบน้อย เช่น ปอดอักเสบ เยื้อหุ้มสมองอักเสบ ประสบปัญหาด้านการได้ยินและมองเห็นรวมถึง อาจจะเสียชีวิตได้

 

 

ใครบ้างที่เสี่ยง งูสวัด?

  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้ที่มีความเครียดสูง
  • ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • ผู้ที่เคยเป็นอีสุกอีใส