ทำได้ vs ทำไม่ได้ ในสตรีตั้งครรภ์

ทำได้ vs ทำไม่ได้ ในสตรีตั้งครรภ์

ทำได้ : เพศสัมพันธ์สำหรับสตรีตั้งครรภ์

การมีเพศสัมพันธ์ในขณะตั้งครรภ์ ไม่ใช่ข้อห้าม ยกเว้นกรณีที่มีข้อบ่งชี้ถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น ในขณะตั้งครรภ์อ่อน ๆ ถ้ามีสภาวะเลือดออกและมีสภาวะแท้งคุกคาม ควรหยุดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะผ่านพ้นระยะอันตราย ในขณะที่ครรภ์แก่ สภาวะที่รกเกาะต่ำถือว่าเป็นสภาวะที่ควรงดเว้นการมีเพศสัมพันธ์ตลอดไป เพราะอาจจะทำให้มีการฉีกขาดของรกและจะทำให้มีเลือดออกมาอย่างมากมาย นอกจากนี้ในขณะตั้งครรภ์ใกล้คลอดเป็นระยะที่ควรงดเว้นการมีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันการเกิดมีน้ำเดินก่อนคลอด ซึ่งก่ออันตรายทั้งต่อมารดาและทารก

การมีเพศสัมพันธ์กันในขณะตั้งครรภ์นั้น เมื่อมดลูกโตมากขึ้น การปรับเปลี่ยนท่าของการร่วมเพศเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อหลีกเลี่ยงการก่ออันตรายต่อมดลูกที่ขยายโตและมีทารกอยู่ภายใน ท่าของการร่วมเพศในขณะตั้งครรภ์แนะนำให้ใช้ท่าด้านข้างตะแคง หรือท่าร่วมเพศทางด้านหลัง ความรู้สึกสุดยอดทางเพศของสตรีตั้งครรภ์ แม้จะมีการเกร็งตัว การหดรัดตัวของระบบกล้ามเนื้อ แต่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อทารก ถ้าทารกนั้นไม่อยู่ในสภาวะทุโภชนาการหรือสภาวะเครียด


 ทำไม่ได้ : การสูบบุหรี่ในสตรีตั้งครรภ์       

เมื่อแม่สูบบุหรี่ ทารกในครรภ์ก็สูบบุหรี่ด้วย เป็นคำพูดที่ถูกต้อง เพราะขณะที่ผู้เป็นแม่สูบบุหรี่อยู่นั้น คาร์บอนมอนอกไซด์ นิโคติน และไซยาไนด์ ในควันบุหรี่ก็จะเข้าสู่กระแสโลหิตแม่ และเข้าไปสู่ทารกด้วย จะมีผลทำให้อาหารและออกซิเจนอันมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของทารก จะถูกกระทบกระเทือน

ผลของบุหรี่ต่อทารก จะมีได้ตั้งแต่การเกิดการแท้งบุตร หรือทารกน้ำหนักน้อย ซึ่งในกรณีที่ทารกคลอดน้ำหนักน้อยจะเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาทางระบบการหายใจ จะมีร่างกายเล็กกว่าปกติ และเสี่ยงต่อสภาวะทารกเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุสูงกว่าปกติ


ดังนั้นแม้จะเป็นการยากที่จะเลิกสูบบุหรี่ แต่ผู้ตั้งครรภ์จำเป็นที่ต้องเลิก เพื่อลูกน้อยในครรภ์ที่จะคลอดออกมาอย่างสมบูรณ์ทุกประการ แม้ว่าจะเลิกสูบบุหรี่ไม่ได้ทันทีก็ตาม หากมีความพยายาม ก็จะเลิกได้สำเร็จ และถ้าหากเลิกสูบบุหรี่ได้สำเร็จก่อนการตั้งครรภ์ครบ 4 เดือน อัตราเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะมีผลต่อทารกจะลดลงอย่างมาก และถ้าท่านสามารถเลิกสูบบุหรี่ได้ตลอดไป ก็จะมีประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อคนรอบข้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อลูกน้อยน่ารักของท่านที่ต้องการความทะนุถนอม และต้องการสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยต่อชีวิตน้อย ๆ ที่เพิ่งลืมตาออกมาดูโลก และจะเติบโตอย่างมีความสุขต่อไป



เตรียมความพร้อม ให้กับคุณแม่ ทั้งก่อนและหลังคลอด

เมื่อคุณผู้หญิงต้องรับบทคุณแม่ที่กำลังจะมีลูกน้อย ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลอีกต่อไปค่ะ คุณต้องเตรียมความพร้อมตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ คุณแม่ควรพิถีพิถันดูแลเอาใจใส่สุขภาพตลอดเวลา เริ่มตั้งแต่การฝากครรภ์เพื่อช่วยให้คุณแม่และทารกน้อยมีความปลอดภัยจากโรคทุกชนิด คุณแม่ต้องไปพบแพทย์ตามที่นัดทุกครั้ง ห้ามพลาดนะคะ และหากเกิดมีอาการผิดปกติ อาเจียนบ่อยครั้ง มีเลือดซึมออกทางช่องคลอด มีตกขาวมาก หรือน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วน
นอกจากนี้ในขณะที่ตั้งครรภ์ ควรรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ ซึ่งจะช่วยบำรุงให้มารดา และทารกมีสุขภาพที่แข็งแรง ควรทานผักและผลไม้ เพื่อไม่ให้เกิดอาการท้องผูก ช่วยให้ขับถ่ายง่าย รวมถึงเลือกใส่เสื้อผ้าหลวม ๆ สบาย ๆ ใส่รองเท้าส้นเตี้ย หลับพักผ่อนให้เพียงพอ วันละ 8 - 10 ชั่วโมง
ในช่วงระหว่างใกล้คลอด คุณแม่จะมีอาการเจ็บท้องถี่ขึ้นเรื่อย ๆ มีน้ำเดินและมีมูกเลือดออกมาตามช่องคลอด นั่นแสดงว่าใกล้เวลาที่ทารกน้อยกำลังจะออกมาลืมตาดูโลก" ข้าวของที่จะต้องตระเตรียมไปโรงพยาบาล คือ ของใช้ส่วนตัว ของใช้สำหรับเด็กอ่อน และที่ลืมไม่ได้เด็ดขาด หลักฐานในการทำสูติบัตร สำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชนของคุณพ่อและคุณแม่ หลังจากคุณแม่คลอดลูกน้อยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะต้องพักผ่อนมาก ๆ ดูแลทั้งตัวเองและลูกน้อยให้มีสุขภาพและพลานามัยที่แข็งแรง ที่สำคัญเดือนแรกหลังการคลอดควรหลีกเลี่ยงจากการทำงานหนัก ห้ามยกของหนัก แต่สามารถออกกำลังกายได้เล็กน้อย หรือทำงานเบา ๆ ได้ค่ะ และถ้าหากมีน้ำหนักเพิ่มมากกว่าปกติ ควรเริ่มบริหารร่างกายหลังจากคลอดไปแล้วประมาณ 6 อาทิตย์ แต่ต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์ด้วยนะคะ


ที่มา : คลีนิกสูติ-นรีเวช รพ.กรุงเทพหัวหิน