อาการปากเบี้ยว 9 แชมป์โรคสมอง...อย่ามองข้าม | โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน

อาการปากเบี้ยว 9 แชมป์โรคสมอง...อย่ามองข้าม | โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน

สมองต้องทำงานอยู่ตลอดเวลา การดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจให้แข็งแรง ลดความเครียด ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการดูแลสมองให้ทำงานได้ดี  

มาดูกันซิว่าอาการใด ที่มีผลเสี่ยงต่อการเป็นโรคสมอง...

1. โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน... หากรู้ทัน ป้องกันได้  

          โรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke เป็นโรคทำให้มีอัตราการเสียชีวิตเป็นอันดับต้นๆ ปัจจุบันพบเร็วขึ้นในกลุ่มอายุ 45 ปีขึ้นไป มักพบในผู้ป่วยโรคเบาหวาน, หัวใจ, ความดันสูง, ไขมันในเลือดสูง และผู้ที่สูบบุหรี่จัด หรือผู้ที่มีคนในครอบครัวเป็น Stroke มาก่อน สามารถป้องกันโรค Stroke โดยการควบคุมปัจจัยเสี่ยง อาการที่น่าสงสัย มักเริ่มจากแขนขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก หน้าหรือปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ตาข้างใดข้างหนึ่งพร่ามัวหรือมองไม่เห็น ปวดหัวเฉียบพลันแบบไม่มีสาเหตุ รวมถึงอาการเวียนหัว หรือวูบแบบเฉียบพลัน หากมีอาการดังกล่าวไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรรีบพบแพทย์ภายใน 3 ชม.เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาทันที หากมีปัจจัยเสี่ยงควรตรวจเช็คการตีบตันของหลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมอง Carotid Duplex เป็นประจำทุกปี  

2. โรคหลอดเลือดสมองโป่ง

         เกิดได้ทุกเพศทุกวัย พบมากในคนอายุ 40-60 ปี โดยเฉพาะเพศหญิงพบมากกว่าเพศชายเล็กน้อย คิดเป็น 1.6:1 คน ส่วนใหญ่เกิดกับผู้ป่วยโรคความดันสูง สูบบุหรี่จัด ปวดหัวบ่อยๆ เป็นๆ หายๆ มีญาติที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองโป่ง ซึ่งโรคหลอดเลือดสมองโป่งมักจะตรวจพบเมื่อหลอดเลือดเลือดแตกแล้ว (Rupture Aneurysm) โดยผู้ป่วยจะมีอาการปวดหัวรุนแรงฉับพลัน ชาและอ่อนแรงตามใบหน้า แขน-ขา การทรงตัวมีปัญหาอย่างฉับพลัน ผู้ป่วยหลอดเลือดสมองแตกจะมีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูงถึง 50% อีก 25% อาจพิการ และ 25% สามารถหายเป็นปกติ แต่หากตรวจพบหลอดเลือดสมองโป่งก่อนที่จะแตกจะมีอัตราการเสียชีวิตแค่เพียง 2-3%, เกิดความพิการ 7% และกว่า 90% สามารถเป็นปกติได้... รู้เร็ว ลดอัตราการเสียชีวิตและพิการได้ด้วยการตรวจหลอดเลือดสมองด้วยเครื่องตรวจวินิจฉัยโรคด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRA) หรือบางกรณีที่จำเป็นจะใช้การฉีดสีทึบแสงตรวจเส้นเลือด (Angiography) ร่วมด้วย หรือการใช้เครื่อง X-ray คอมพิวเตอร์ (CTA) ช่วยในการดูหลอดเลือดในสมองแล้วแต่กรณี

3. ความจำถดถอย...จุดเริ่มอัลไซเมอร์

          อาการหลงๆลืมๆ เพียงเล็กน้อย หากปล่อยทิ้งไว้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคอัลไซเมอร์ และกลายเป็นโรคสมองเสื่อมขั้นรุนแรงได้ จุดสังเกตว่าสมองเริ่มถดถอยลง คือ หลงลืมบ่อย จำเรื่องแต่ละวันไม่ค่อยได้ นึกชื่อไม่ออก พฤติกรรมหรืออารมณ์เปลี่ยนไป เก็บตัว นอนไม่หลับ มีปัญหาด้านการเรียนรู้ ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่หากรู้แต่เนิ่นๆ สามารถชะลออาการของโรคให้เกิดช้าลงได้ ตรวจสมรรถภาพความจำถดถอย ด้วยเทคโนโลยีการตรวจหาสารเบต้าเอมีลอยด์ โดยการใช้ PET scan เพื่อวินิจฉัยแยกชนิดของโรคความจำถดถอยได้ตรงจุด ก่อนนำไปสู่แผนการรักษาที่มีประสิทธิภาพ        

 

 9

4. โรคพาร์กินสัน กระตุ้นสมอง หยุดสั่น ป้องกันล้ม รู้ทันพาร์กินสัน

          โรคความเสื่อมของสมองที่เกิดจากการขาดสารโดพามีน พบมากในอายุ 60 ปีขึ้นไป และอาจพบในวัยกลางคนที่มีสมาชิกในครอบครัวเคยเป็นโรคนี้มาก่อน มักเริ่มต้นด้วยอาการสั่นที่แขนขา กราม หรือใบหน้า กล้ามเนื้อเกร็ง เคลื่อนไหวช้า พูดหรือกลืนลำบาก ซึมเศร้าหดหู่ หลายคนมักเข้าใจผิดว่าเป็นอาการปกติของผู้สูงอายุ แต่หากปล่อยไว้จนอาการทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างรวดเร็วจะทำให้ร่างกายฟื้นตัวยาก... ถึงแม้โรคพาร์กินสันจะเป็นโรคเรื้อรังแต่สามารถควบคุมอาการได้ การตรวจหาความผิดปกติของสมองส่วนที่สร้างสารโดปามีน ด้วย PET Brain F-DOPA ช่วยวินิจฉัยระยะความรุนแรงของโรคหรือการรักษาโรคพาร์กินสันด้วยการผ่าตัดฝังไมโครชิปกระตุ้นสมองส่วนลึก DBS Therapy เพื่อควบคุมการเคลื่อนไหว ลดการใช้ยา ทำให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น  

5. เมื่อร่างกาย “สั่น” ไม่สู้ “ความผิดปกติของการเคลื่อนไหว”

          จนไม่สามารถควบคุมตนเองได้ เช่น อาการสั่น หน้ากระตุก ตากระพริบหรือกระตุก ปากบิดเบี้ยว คอหรือลำตัวบิดเกร็ง เดินเซ เคลื่อนไหวซ้ำๆ ที่ไม่ตอบสนองต่อยา อาการเคี้ยวปากหรือคล้ายรำละคร... ปัจจุบันการแพทย์สมัยใหม่สามารถลดอาการปวดจากกล้ามเนื้อบิดเกร็งได้ด้วย การฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน เพื่อรักษาโรคหน้ากระตุก โรคคอบิดเกร็ง กล้ามเนื้อเกร็งจากโรคอัมพฤกษ์อัมพาต ลดการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อชั่วคราว ลดการกระตุกและปวดเกร็งลงได้ หลังจากฉีดไปแล้ว 3-4 วัน ร่วมกับการทำกายภาพบำบัดเพื่อลดความเสี่ยงต่อการหกล้ม ฝึกการเดินและการเคลื่อนไหวแก่ผู้ป่วย  

6. ลมชัก...วายร้ายทำลาสมอง โรคลมชักเกิดได้ตลอดชีวิต

          ทุกเพศทุกวัย กลุ่มเสี่ยงที่พบบ่อยคือ เด็กเล็กและผู้สูงอายุ อาการชักที่แสดงไม่จำเป็นต้องชักเกร็งกระตุกเสมอไป บางรายเหม่อลอย นิ่ง ไม่รู้สึกตัว ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคลมชัก จนสมองถูกทำลาย สูญเสียความจำ ที่สำคัญ! มีผลต่อพัฒนาการทางสมองที่ช้าลงในเด็กเล็ก... ล่าสุด มีเทคโนโลยี EEG simultaneous MRI brain สามารถตรวจหาจุดกำเนิดไฟฟ้าส่วนที่ผิดปกติได้แม่นยำขึ้น...  

7. วูบ เบลอ...

          อาจเป็นลมชักแฝง อาการวูบ เบลอ จำอะไรไม่ได้ในผู้สูงอายุ อาจไม่ใช่ความเสื่อมตามอายุ แท้จริงแล้วมีผลมาจากโรคลมชักแฝงที่เชื่อมโยงมาจากโรคหลอดเลือดสมองที่ทำให้สมองฝ่อลง และโรคทางกายอย่างตับไตเสื่อม รวมทั้งโรคติดเชื้อ กรรมพันธุ์ และปัจจัยภายนอกจากอุบัติเหตุ ที่ทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร เซลล์สมองผิดปกติจนเกิดโรคลมชักแฝงที่ไม่แสดงอาการชักกระตุก หากชักครั้งแรกแล้ว ไม่ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องหรือรักษาทันที อาจทำให้เกิดอันตรายต่อเซลล์สมองได้ ดังนั้น การเฝ้าดูพฤติกรรมที่ผิดปกติเป็นสิ่งจำเป็น และหาสาเหตุได้ด้วยการตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง EEG เพื่อให้การรักษาได้ทันที อย่ารีรอจนสมองถูกทำลายจนอาจรักษาด้วยยาไม่ได้ผล      

8. ปวดไมเกรนเรื้อรัง

          อาการปวดหัวตุ๊บๆ ตื้อๆ เป็นๆ หายๆ ปวดข้างเดียวที่หน้าผาก ขมับ ท้ายทอย หรือกระบอกตา พบมากในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย (บางรายปวดหัวขณะมีประจำเดือน)... ข่าวดี!วงการแพทย์ได้ค้นพบเทคโนโลยีรักษาอาการปวดหัวเฉียบพลันได้แล้ว ด้วยการฉีดโบท็อกซ์ ลดความถี่ของอาการปวดไมเกรนเรื้อรังได้, การฉีดยาระงับอาการปวดที่เส้นประสาทหลังศีรษะ Occipital Nerve Block เพื่อระงับอาการปวดหัวขั้นรุนแรง, การใช้ค็อกเทลยารักษาโรคไมเกรน Migraine Cocktail ช่วยลดการกลับมาปวดหัวซ้ำอีกภายใน 24ชม.ได้, การกระตุ้นกระแสไฟฟ้าลดปวดด้วยเครื่อง TMS, การฝังเข็มกระตุ้นการไหลเวียนของเส้นลมปรานลดอาการปวดลงได้  

9. เครียด...ปวดคอร้าวขึ้นศีรษะ

          เป็นอาการปวดศีรษะจากกล้ามเนื้อตึงตัว เพราะความเครียด การนั่ง (ทำงานหรือขับรถ) ท่าเดียวนานๆ การใช้สายตานานๆ (จ้องหน้าคอมหรืออ่านหนังสือนานๆ) ทานอาหารผิดเวลา นอนน้อยหรือมากไป ขาดน้ำ เป็นต้น ส่วนใหญ่จะปวดตื้อๆ หนักๆ เหมือนถูกรัดบีบหัว มักไวต่อแสงหรือเสียงที่ดัง พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และปวดมากตอนบ่ายๆ เย็นๆ การทานยาแก้ปวดอาจช่วยได้ในรายที่ไม่รุนแรง หากปวดมากเรามีตัวช่วย... Posture Analysis โปรแกรมปรับสมดุลของกล้ามเนื้อคอบ่าหลังให้ถูกวิธี สาเหตุของอาการปวดศีรษะ, การบำบัดขจัดอาการปวดศีรษะด้วย LASER Therapy และลดเครียดด้วยการฝึกผ่อนคลายกับเครื่อง Biofeedback

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ คลินิกสมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน ชั้น 1  

 โทร. 032-616800 หรือ  1719