หน้าฝน เฝ้าระวัง ผู้มีโรคประจำตัวเสี่ยง เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่


ไข้หวัดใหญ่คืออะไร?

ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอ็นซ่าและมีผลต่อระบบทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่าง


ไข้หวัดใหญ่ไม่ใช้ไข้หวัดธรรมดา แตกต่างกันอย่างไร?

อาการของไข้หวัดใหญ่เกิดขึ้นแบบฉับพลัน และมีโอกาสเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ไข้หวัดใหญ่สามารถแพร่กระจายระหว่างบุคคลได้ง่าย โดยมีอาการรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดามากและมีอาการนานกว่า นอกจากนี้ ไขหวัดใหญ่ยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิต และความเจ็บป่วยจำนวนไม่น้อยทั่วโลก

ไข้หวัดใหญ่เป็นสาเหตุของผู้เสียชีวิตทั่วโลก ประมาณ 250,000-500,000 รายต่อปี


อาการ บ่งบอก ไข้หวัดใหญ่!!


ได้แก่

  • ไข้
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดเมื่อยตัว
  • เหนื่อย
  • ไอแห้งๆ
  • เจ็บคอ
  • มีน้ำมูก
  • ในเด็กอาจมีอาการคลื่นไส้  อาเจียน  ท้องเสียได้ 


ภาวะแทรกซ้อน

หลังเกิดอาการของไข้หวัดใหญ่ ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัวจะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น

  • ปอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย
  • ภาวะขาดน้ำ
  • ทำให้โรคประจำตัวที่เป็นอยู่แย่ลง เช่น ภาวะหัวใจวาย, หอบหืด, เบาหวาน ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยเหล่านี้มีโอกาสเสียชีวิตได้


ทั้งนี้โรคไข้หวัดใหญ่จะมีโอกาสในการเกิดโรคได้ตลอดปี แต่ระยะเวลาที่จะมีการระบาดมากในฤดูฝนและไวรัสไข้หวัดใหญ่จะติดต่อผ่านเสมหะของผู้ป่วยโดยการไอหรือจามแล้วเข้าสู่ปากและจมูกของผู้ใกล้ชิด ส่วนน้อยเกิดจากการสัมผัสกับเสมหะของผู้ป่วยที่ติดกับสิ่งของเครื่องใช้แล้วมือที่สัมผัสเชื้อมาสัมผัสที่ปากหรือจมูกจะเกิดโรคได้เช่นกัน


การแพร์ระบาดของไข้หวัดใหญ่

การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่มักเกิดในช่วงฤดูหนาว โดยเชื้อไวรัสก่อโรคในมนุษย์พี่พบมากที่สุด 4 สายพันธุ์ ได้แก่:สายพันธุ์ A 2 สายพันธุ์(สายพันธุ์ย่อย AH1N1 และ AH3N2) และ สายพันธุ์ B 2 สายพันธุ์(สายพันธุ์ย่อย Yamagata และ Victoria)

เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ทั้งสายพันธุ์ A และ B จะมีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาสายพันธุ์ ตลอดเวลา จึงเป็นเหตุให้ทีการแพร่ระบาดของเชื้อทุกปี

 

ใครบ้างเสี่ยงต่อการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่?

ไม่ว่าใครก็สามารถติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ และสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปี

การระบาดของไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่เกิดขึ้นทุกปีส่งผลต่อประชากรอย่างรุนแรง

กลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงต่อไข่หวัดใหญ่เป็นพิเศษ ได้แก่

  •  เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี
  • ผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป
  • สตรีตั้งครรภ์
  • ผู้ที่มีภาวะทางการแพทย์ต่อไปนี้ในวัยใดก็ตาม เช่น โรคเรื้องรังเกี่ยวกับหัวใจ ปอด ไต ตับ เลือดหรือโรคทางเมตาบอลิซึ่ม(เช่น โรคเบาหวาน)หรือระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

 

คำแนะนำในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่

1.   ปิดปาก จมูกเมื่อป่วย ไอ จาม ไข้กระดาษทิช๙ สวมหน้ากากปองกันโรค

2 .  ล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ

3.   เลี่ยงการอยู่ใกล้ผู้มีอาการป่วย มีไข้ ไอ จาม และเสี่ยงต่อการอยู่ในที่แออัด

4.   หยุดงาน หยุดเรียน หยุดกิจกรรมกับผู้อื่นเมื่อป่วย

      เพื่อให้ผู้ป่วยหายป่วยเร็ว และไม่แพร่เชื้อกับผู้ป่วย

5.   ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข ได้ที่ โรงพยาบาล


     ปกติควรฉีดวัคซีนก่อนช่วงที่จะมีการระบาดของโรค ในประเทศไทยควรฉีดระหว่างเดือนมกราคม - มิถุนายน ของทุกปี โดยร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันโรคหลังการฉีดวัคซีน 2 สัปดาห์ จำเป็นต้องฉีดวัคซีนทุกปีเนื่องจากเชื้อไข้หวัดมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ที่ระบาดและวัคซีนจะสร้างภูมิคุ้มกันโรคไวรัส ไข้หวัดใหญ่เฉพาะสายพันธุ์ที่ฉีดได้ประมาณ  1  ปีเท่านั้น และการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่จะเปลี่ยนสายพันธ์ได้บ่อย วัคซีนที่ผลิตแต่ละปีจะเป็นวัคซีนเฉพาะสายพันธุ์ที่กำลังระบาดในปีนั้นเท่านั้น ดังนั้นจึงต้องฉีดวัคซีนปีละครั้ง


ประสิทธิภาพของวัคซีน


จะได้ผลในการป้องกันโรคประมาณ 70 – 90 % แต่ในผู้สูงอายุ การตอบสนองต่อวัคซีนจะน้อยลงเนื่องจากความต้านทานของร่างกายน้อยกว่าปกติ  แต่ยังมีประโยชน์ในการลดภาวะแทรกซ้อน โอกาสที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตได้