ไข้หวัดใหญ่ป้องกันได้แค่ฉีดวัคซีน

ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจที่มีการระบาดอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในสังคมเมืองที่ผู้คนส่วนใหญ่ทำงานในอาคารปิด ใช้ระบบหมุนเวียนอากาศร่วมกัน รวมถึงการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนที่มีผู้คนแออัด ส่งผลให้เกิดการระบาดของโรคได้ง่ายและรวดเร็ว การป้องกันโดยการฉีดวัคซีนย่อมช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคไข้หวัดใหญ่ได้ และยิ่งเป็นคนที่มีความเสี่ยงจะเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาควรเข้ารับการฉีดป้องกันเพื่อผลลัพธ์ที่ดี

 

รู้จักไข้หวัดใหญ่


ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส (Influenza Virus) ซึ่งทำให้เกิดความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจและระบบอื่น ๆ แต่มีความแตกต่างจากไวรัสทางเดินหายใจทั่ว ๆ ไป เนื่องจากอาการของไข้หวัดใหญ่มักจะมีอาการที่รุนแรงและอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคปอด, โรคหัวใจ, โรคเบาหวาน และผู้ที่มีภูมิต้านทานร่างกายที่ไม่แข็งแรง

 

อาการของโรค


หากเป็นไข้หวัดใหญ่ อาการของระบบทางเดินหายใจที่เกิดขึ้น ได้แก่

  • ไข้
  • ปวดศีรษะและบริเวณเบ้าตา
  • ปวดเมื่อยตัว
  • อ่อนเพลีย
  • ไอแห้ง ๆ
  • เจ็บคอ
  • มีน้ำมูก


นอกจากนี้สิ่งที่ควรรู้คือ ในเด็กอาการอาจแตกต่างกับในผู้ใหญ่ เช่น อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย โดยในประเทศไทยมีโอกาสในการเกิดโรคได้ตลอดทั้งปี แต่จะชุกชุมมากในฤดูฝน

 

การติดต่อของโรค


ไวรัสไข้หวัดใหญ่ส่วนใหญ่จะติดต่อผ่านเสมหะของผู้ป่วย โดยการไอหรือจามแล้วเข้าสู่ปากหรือจมูกของผู้ใกล้ชิด และมีเพียงส่วนน้อยที่เกิดจากการสัมผัสกับเสมหะของผู้ป่วยบนสิ่งของเครื่องใช้ด้วยมือแล้วนำมาสัมผัสกับปากหรือจมูก

 

ภาวะแทรกซ้อน


หากป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่หลังเกิดอาการไข้หวัดใหญ่ ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัวอาจมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้  เช่น

  • ปอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย
  • ภาวะขาดน้ำ
  • โรคประจำตัวที่เป็นอยู่แย่ลง เช่น ภาวะหัวใจวายใน รายที่มีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้

 

 

ป้องกันไข้หวัดใหญ่

  • ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วยและเสมหะของผู้ป่วย
  • ล้างมือบ่อย ๆ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสจมูก ตา ปากของตัวเองหากสัมผัสกับผู้ป่วย
  • หากมีอาการที่สงสัยว่าเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ควรอยู่ห่างจากผู้อื่น ปิดปากและจมูก เวลาไอหรือจาม

 

ใครควรรับวัคซีน

  • ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป
  • ผู้ป่วยอายุระหว่าง 19 - 64 ปีที่มีโรคหัวใจ โรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง
  • ผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งจากโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคไต โรคเลือด
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน

 

ช่วงเวลาฉีดวัคซีน

การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ควรฉีดก่อนช่วงที่จะมีการระบาดของโรค สำหรับประเทศไทยควรฉีดระหว่างเดือนมกราคม - มิถุนายนของทุกปี โดยร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันโรคหลังฉีดวัคซีนประมาณ 2 สัปดาห์ ที่สำคัญการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สามารถเปลี่ยนสายพันธุ์ได้บ่อย จึงแนะนำให้ฉีดทุกปี เพราะวัคซีนที่ผลิตในแต่ละปีจะเป็นวัคซีนเฉพาะสายพันธุ์ที่กำลังระบาดในปีนั้น ๆ

 

ประสิทธิภาพวัคซีนไข้หวัดใหญ่

วัคซีนไข้หวัดใหญ่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคประมาณ 70 - 90% แต่ในผู้สูงอายุและผู้ที่มีภูมิต้านทานร่างกายไม่แข็งแรง การตอบสนองต่อวัคซีนอาจลดลง อย่างไรก็ตามการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ยังมีประโยชน์ในการลดความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อน โอกาสที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล และการเสียชีวิตลงได้

 

ในแต่ละปีมีผู้คนจำนวนมากป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ เพราะฉะนั้นการป้องกันก่อนเกิดโรคด้วยการได้รับวัคซีนเป็นประจำทุกปีคือหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ห่างไกลโรคได้

 

สอบถามเพิ่มเติมที่

แผนกบริการผู้ป่วยนอก ชั้น 1 และ แผนกกุมารเวช ชั้น 3 โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน 
โทร 032-616800