ผู้สูงอายุล้มคนเดียวเจ็บทั้งบ้าน หยุดฝันร้ายต้องป้องกัน!

ชวนใส่ใจ “ผู้สูงอายุ” ญาติผู้ใหญ่ในบ้านที่เราควรใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ โดยเฉพาะ “บ้าน” สถานที่ที่คิดว่าปลอดภัยที่สุดอาจร้ายที่สุดก็ได้ มีอะไรบ้างไปติดตามกัน

 

ปัญหาที่พบบ่อยใน “ผู้สูงอายุ” ที่ได้รับอุบัติเหตุพลัดตกหกล้มส่วนมาก คือ กระดูกตะโพกหักและศีรษะได้รับความกระทบกระเทือน เป็นสาเหตุทำให้พิการและมีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูงมาก ที่สำคัญหาก “ผู้สูงอายุ” ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ หากหกล้มแล้วย่อมไม่ใช่คนเดียวที่เจ็บ แต่สมาชิกในบ้านทุกคนก็เจ็บด้วย!!

จากข้อมูลของการเกิดอุบัติเหตุใน “ผู้สูงอายุ” มักมีสาเหตุจากความเสื่อมและการถดถอยของร่างกาย อีกทั้งจากโรคภัยไข้เจ็บเป็นผลให้การทำงานของอวัยวะต่างๆ ลดลง ซึ่งมักเกิดกับผู้สูงอายุที่มีอายุระหว่าง 65-75 ปี และเนื่องจากผู้สูงอายุมักจะมีภาวะกระดูกบางหรือกระดูกพรุน เมื่อหกล้มกระดูกจึงเกิดการแตกหรือหักได้ง่าย


          ในแต่ละปี 1 ใน 3 ของ “ผู้สูงอายุ” มักประสบการลื่นล้มและครึ่งหนึ่งลื่นล้มมากกว่า 1 ครั้ง ร้อยละ 10 ของการลื่นล้มทำให้กระดูกตะโพกหัก ร้อยละ 25 ของการบาดเจ็บกระดูกตะโพกเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต การลื่นล้มมักเกิดขึ้นในที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในห้องน้ำและบันได พบว่าร้อยละ 80 ของผู้ป่วยที่กระดูกหักในครั้งแรกไม่เคยตรวจหรือรักษา “โรคกระดูกพรุน” เลย

          นอกจากนี้ยังพบว่า “ผู้สูงอายุ” ที่เคยหกล้มในครั้งแรกแล้ว มีแนวโน้มที่จะหกล้มเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า และมีผู้ป่วยกระดูกหักจากการลื่นล้มที่บ้านเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ มีโรคประจำตัวซึ่งได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเส้นเลือดสูง โรคหัวใจ บางรายมีไตวายเรื้อรัง ดังนั้นจึงทำให้การดูแลรักษาซับซ้อนมากขึ้น ทำให้สมาชิกในบ้านต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด และขณะอยู่ในโรงพยาบาลก็เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น แผลกดทับ ปอดบวม ติดเชื้อในระบบต่างๆ เป็นต้น

          การลื่นหกล้มเป็นสิ่งที่สามารถป้องกันได้ โดยต้องทราบสาเหตุของการลื่นล้ม เช่น สาเหตุทางกาย ได้แก่ การทรงตัวไม่ดี ขาอ่อนแรง ชา อ่อนเพลีย หน้ามืด มีปัญหาด้านสายตาและการได้ยิน การรับยาที่มีผลต่อระบบการไหลเวียนโลหิต เป็นโรคกระดูกพรุนสาเหตุจากสิ่งแวดล้อม พื้นลื่น เปียก มีหยดน้ำ พื้นผิวขรุขระมีขั้นสูงต่ำ ขอบไม่เรียบ แสงสว่างไม่เพียงพอ อุปกรณ์ของใช้ไม่มั่นคงชำรุด ใช้อุปกรณ์ช่วยเดินไม่เหมาะสม สวมใส่เสื้อผ้า รองเท้าไม่พอดี

          สำหรับการดูแลสุขภาพสำหรับ “ผู้สูงอายุ” ควรรับประทานอาหารให้เพียงพอ เน้นผักและผลไม้ เพื่อรักษาสมดุลของร่างกายและต้านทานโรค ไม่ควรงดอาหาร ทำให้อ่อนเพลีย มึนงง มีการเคลื่อนไหวทุกวัน เดินหรือออกกำลังกายตามวัย เช่น ไทจี๋ เพื่อรักษาความยืดหยุ่นของข้อและสมดุลของร่างกาย สอบถามแพทย์หรือเภสัชทุกครั้งที่รับยาถึงผลข้างเคียงของยา ได้แก่ ยาที่ทำให้ง่วงซึม ยากล่อมประสาท ยาลดความดันโลหิต และยาขับปัสสาวะ หรือมีประวัติการใช้ยาเป็นประจำตั้งแต่ 4 ชนิดขึ้นไป (ไม่รวมวิตามิน) ถ้ารับยาที่มีผลทำให้ง่วงซึม หลับ ต้องปรับเปลี่ยนการทำกิจวัตรประจำวันเพื่อลดภาวะเสี่ยงต่อการลื่นล้ม ห้ามผสมยากับแอลกอฮอล์ ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์เพราะเป็นสาเหตุของการลื่นล้ม ไม่อายที่จะใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน ตรวจสอบอุปกรณ์ช่วยเดินให้มีความสูงเหมาะสมและมั่นคง

 

          สุดท้ายเทคนิคกันล้มที่ลูกหลานควรใส่ใจ นั่นคือ “บ้าน” สถานที่คิดว่าปลอดภัยที่สุด แต่สำหรับ “ผู้สูงวัย” แล้วบ้านอาจเป็นอันตรายหรือร้ายกว่าที่คิด หากเราไม่เตรียมพร้อมป้องกันให้ดีอาจทำให้ท่านลื่นหกล้มบาดเจ็บ พิการ และเสียชีวิต จนอาจกลายเป็นฝันร้ายของคนในบ้าน ฉะนั้นจึงมีเทคนิคกันล้มง่ายๆ จากศูนย์กระดูกและข้อกรุงเทพ รพ.กรุงเทพ มาฝากกันง่าย 8 ข้อง่ายๆ ได้แก่


1. เพิ่มแรงเสียดทานให้พื้น 

คือติดแผ่นกันลื่น ใช้วัสดุไม้สังเคราะห์ หรือถ้าเป็นกระเบื้องในห้องน้ำควรใช้กระเบื้องแผ่นเล็ก มีผิวด้านหรือผิวสัมผัสเป็นลวดลาย

2. ทางลาดต้องมี 

เพื่อผ่อนแรงผู้ป่วยพักฟื้นที่ใช้วีลแชร์ ควรทำทางลาดไว้ตามทางลงบันใดต่างๆ ให้มีความชันไม่เกิน 5 องศา กว้างไม่น้อยกว่า 90 ซม. ทางลาดยาวไม่เกิน6 เมตร

3. ขนาดเตียงที่เหมาะสม 

เลือกเตียงให้มีทางยาวไม่น้อยกว่า 180 ซม. สูงประมาณ 40 ซม. (สำหรับการใช้รถเข็น) หรือสูงจากพื้นถึงข้อพับเข่า โดยให้รอบเตียง3 ด้านมีพื้นที่ว่างอย่างน้อยด้านละ 90 ซม.

4. ประตูดีต้องเปิดง่าย 

เปลี่ยนจากลูกบิดแบบหมุนมาเป็นคันโยกเพื่อทุ่นแรง ประตูต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 90 ซม. หรือมีความกว้างมากกว่าความกว้างของวีลแชร์ หรือจะเปลี่ยนเป็นประตูบานเลื่อนแบบไม่มีธรณีประตูก็ได้เช่นกัน

5. ราวจับกระชับทุกก้าว 

ติดตั้งราวจับลักษณะสั้น-ยาว หรือตัวแอล-ตัววี ที่เหมาะกับการใช้งานไว้ตามจุดต่างๆ เช่น บันได ห้องน้ำ ผนังทางเดิน เป็นต้น โดยติดตั้งไว้สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 80-100 ซม.

6. แสงไฟส่องสว่าง 

เลือกใช้แสงแบบ Day Light สวิตช์ไฟควรมีขนาด 5-7.5 ซม. ให้อยู่ในระยะเอื้อมถึงสะดวก สูงจากพื้นอย่างน้อย 45 ซม. แต่ไม่เกิน 90 ซม.

7. ฟังก์ชั่นเพื่อผู้สูงวัย 

ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ในบ้านควร จะมีฟังก์ชั่นที่เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน เช่น ราวแขวนผ้าที่ปรับระดับสูงต่ำได้ ไม่ต้องเอื้อม เป็นต้น

8. ตัวช่วยยามฉุกเฉิน 

ติดตั้งอุปกรณ์เสริม เช่น สวิตช์ดึงเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินในห้องน้ำหรือที่หัวเตียง เป็นต้น