HOSPITAL HOTLINE

โทรศัพท์
:
02 310 3000
, หรือ
1719
(LOCAL CALLS)
   

 โรคหัวใจและการรักษา

DISEASE TYPE

หลอดเลือด'โป่ง พอง แตก'ต้องรู้ให้เร็ว

ชายวัย 72 ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยอาการปวดแน่นท้องอย่างรุนแรง ตามมาด้วยภาวะความดันตกและช็อกหมดสติ กระเพาะทะลุ ลำไส้อักเสบ ไส้ติ่งแตกหรือ...?

จากการซักถามประวัติการรักษาจากญาติพบว่า คนไข้เคสนี้เคยทำบายพาสหัวใจเมื่อ 10 ปีที่แล้ว มีโรคประจำตัวคือ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบและโรคถุงลมโป่งพอง ข้อมูลดังกล่าวทำให้การวินิจฉัยเพื่อตรวจรักษาทำได้ง่ายขึ้น ประกอบกับอาการปวดแน่นรุนแรงในช่องท้อง แพทย์จึงพุ่งเป้าไปยังหลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องท้อง ซึ่งเป็นหลอดเลือดสายหลักที่เชื่อมตรงกับหัวใจ



นพ.วิฑูรย์ ปิติเกื้อกูล รองผู้อำนวยการศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ กล่าวว่า โรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองคือ สภาวะที่หลอดเลือดขยายใหญ่หรือโป่งพองขึ้น จากผนังหลอดเลือดแข็งตัวและขาดความยืดหยุ่น เกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยมีปัจจัยเสี่ยง 7 ประการคือ บุหรี่ ความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันในเลือดสูง น้ำหนักตัวเกิน ความเครียด กรรมพันธุ์และการติดเชื้อในกระแสเลือด

สำหรับการรักษา หากพบการโป่งพองไม่เกิน 5 เซนติเมตร แพทย์จะให้รับประทานยาร่วมกับการติดตามผลการรักษาโดยการเอกซเรย์หรืออัลตราซาวน์ปีละ 1 ครั้ง แต่หากโป่งพองมากกว่า 5 เซนติเมตร แพทย์จะให้ยารับประทานและติดตามผลถี่ขึ้น ร่วมกับการควบคุมปัจจัยเสี่ยงแต่หากเส้นเลือดที่โป่งพองแตก ต้องรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษาให้เร็วที่สุด ยิ่งเร็ว โอกาสรอดชีวิตยิ่งมีมาก

“กรณีเคสข้างต้นถือเป็นผู้ป่วยซับซ้อนขั้นวิกฤติที่ต้องระวังเป็นพิเศษ” ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอกกล่าว เขาอธิบายเพิ่มว่า เนื่องจากการผ่าตัดเพื่อรักษาหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในช่องท้องที่แตกนั้น จะต้องหนีบหลอดเลือดแดงใหญ่เหนือบริเวณที่โป่งพองและแตกออกให้ทัน เพื่อไม่ให้เลือดไหลมากจนความดันตกและช็อก ในขณะเดียวกัน ศัลยแพทย์ก็ต้องผ่าตัดอย่างรวดเร็ว เพราะอวัยวะภายในขาดเลือดไปเลี้ยงในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น เช่น ไขสันหลังที่ขาดเลือดได้ไม่เกิน 30 นาที มิเช่นนั้นจะเสี่ยงเกิดอัมพาตครึ่งท่อนล่าง

ในกรณีนี้ ทีมแพทย์ตัดสินใจใช้วิธีผ่าตัดทางด้านข้าง โดยกรีด 2 แห่งคือ บริเวณทรวงอกเพื่อหนีบหลอดเลือดแดงใหญ่เหนือบริเวณที่โป่งพองและแตก จากนั้นจึงเปิดช่องท้องด้านข้างลำตัวเพื่อป้องกันผลกระทบต่อการทำงานของลำไส้ และใช้เทคโนโลยีเส้นเลือดเทียม ไปแทนที่เส้นเลือดที่โป่งพองแตกให้กลับมาใช้งานได้ปกติ โดยใช้เวลาในการผ่าตัดทั้งสิ้น 19 นาที ช่วยให้ผู้ป่วยผ่านภาวะวิกฤติ และหายได้หลังพักฟื้นและทำกายภาพบำบัด

“ความน่ากลัวของโรคนี้คือ ผู้ป่วยไม่รู้ตัวมาก่อน เพราะโป่งพองไม่มาก จะไม่มีอาการแสดงออก กระทั่งเมื่อเส้นเลือดโป่งพองมากจนไปกดทับอวัยวะข้างเคียง ก็จะเกิดอาการกับอวัยวะนั้น เช่น อาการปวดแน่นในท้อง”

นพ.วิฑูรย์ กล่าวว่า โรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองมีโอกาสหาย หากเส้นเลือดที่โป่งพองไม่แตก ในทางกลับกันหากหลอดเลือดแดงใหญ่ที่โป่งพองในช่องท้องหรือบริเวณอื่นแตก อัตราการเสียชีวิตจะสูงถึง 50%

ดังนั้น ผู้ที่ต้องการป้องกันตนเองจากภาวะเสี่ยงดังกล่าว ควรตรวจสุขภาพปีละ 1 ครั้งในผู้ที่อายุต่ำกว่า 30 ปี แต่หากอายุ 45 ปีขึ้นไป ควรตรวจร่างกายโดยใส่ใจการเอกซเรย์ปอด อัลตราซาวน์ช่องท้อง ตรวจการทำงานของตับ ไต ทดสอบประสิทธิภาพของหัวใจ

สำหรับคนที่อายุ 30-45 ปีเป็นช่วงอายุกึ่งกลาง ที่ต้องดูจาก 7 ปัจจัยเสี่ยงข้างต้น หากพบว่าน้อยกว่า 3 ประการก็สามารถตรวจสุขภาพเหมือนคนอายุ 30 ปี แต่หากพบปัจจัยเสี่ยงมากกว่า 3 ประการ ควรตรวจสุขภาพเหมือนคนอายุ 45 ปีขึ้นไปแต่หากพบว่า หลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในช่องท้องแตก ต้องรีบพบแพทย์ให้เร็วที่สุด ยิ่งเร็วยิ่งมีโอกาสรอด ที่สำคัญ ควรเลือกโรงพยาบาลที่มีศัลยแพทย์ เครื่องมือที่พร้อมจะทำการผ่าตัดให้เร็วที่สุด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ศูนย์และคลินิกหัวใจ รพ.หัวใจกรุงเทพ
หรือโทร. 1719