HOSPITAL HOTLINE

โทรศัพท์
:
02 310 3000
, หรือ
1719
(LOCAL CALLS)
   

 โรคหัวใจและการรักษา

DISEASE TYPE

'สกรีน' จุดเสี่ยงหยุดหลอดเลือดแดงใหญ่แตก

โรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองเสมือนระเบิดเวลาที่อยู่ในร่างกายพร้อมแตกอยู่ตลอดเวลา คนไข้หลายคนใช้ชีวิตอยู่บนเส้นด้ายโดยไม่รู้ตัว มักเจออีกทีตอนปริแตกเมื่อถึงเวลานั้นเหมือนการนับถอยหลังของระเบิดเวลาที่เหลือแค่ไม่กี่นาที ซึ่งต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัด  ทางเลือกและทางรอดที่ดีคือการตรวจสุขภาพร่างกายตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่หลอดเลือดแดงใหญ่จะโป่ง พอง และปริแตก
               
ที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่มีสถิติเกี่ยวกับความชุกของโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง แต่เป็นที่ยอมรับกันในระดับโลกจากการศึกษาในต่างประเทศ ระบุว่า ผู้ชายที่อายุระหว่าง 65 - 75 ปี และมีประวัติสูบบุหรี่หรือคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง เมื่อทำการสกรีนนิ่ง (Screening) ในคนกลุ่มนี้จะพบว่ามีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองมากกว่า 10%  หมายความว่าจากสถิติผู้สูงอายุในประเทศไทยปัจจุบันที่อายุมากกว่า 60 ปี มีสัดส่วนประมาณ 15% ของประเทศไทยจึงประมาณการได้คราวๆ ว่า เรามีประชากรที่อายุมากกว่า 60 ปีมากกว่า 10 ล้านคนจาก 60 - 70 ล้านคนของประชากรในประเทศไทย
               
" ถ้าประเมินว่าประชากรครึ่งหนึ่งของ 10 ล้านคนเป็นผู้หญิง อีกครึ่งเป็นผู้ชาย จะมีผู้ชายที่อายุมากกว่า 60 ปี ประมาณ 5 ล้านคน ถ้าคนกลุ่มนี้มีประวัติสูบบุหรี่หรือคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง โอกาสที่จะเจอคนไข้ที่มีหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองประมาณเกือบ 5 แสนคนที่ต้องเฝ้าระวังระเบิดเวลาในร่างกาย " นพ.อรรถภูมิ สู่ศุภอรรถ ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ กล่าว
               
นอกจากนี้ปัจจัยเสี่ยงที่เป็นสาเหตุการเกิดโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง ได้แก่ 
 
  • โรคเบาหวาน
  • ความดันโลหิตสูง
  • ไขมันในเลือดสูงมาจากการรับประทานอาหาร
  • ไลฟ์สไตล์ชีวิตที่เร่งรีบ เคร่งเครียด

แม้ว่าปัจจุบันสถิติการสูบบุหรี่ของคนหนุ่มสาวจะลดลงมาก แต่ในเรื่องของการรับประทานอาหารตามวัฒนธรรมตะวันตกเพิ่มขึ้นส่งผลเพราะเมนูส่วนใหญ่มีไขมันสูงเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง
                 
ขณะเดียวกันปัจจัยที่เกิดจากพันธุกรรม เช่น โรค Marfan syndrome ที่มีความผิดปกติหลายระบบคือ
 
  • มีรูปร่างสูงผอม
  • แขนขา และนิ้วยาว
  • เพดานปากสูง
  • สายตาผิดปกติ
  • มีโรคลิ้นหัวใจรั่วร่วมด้วย
  • รวมทั้งโรคเนื้อเยื่ออีกหลายชนิด 

คนไข้กลุ่มนี้จะเริ่มแสดงอาการตั้งแต่อายุ 15 ปี มักเป็นทั้งครอบครัว จึงควรไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยสอบถามประวัติ อาการ ตรวจร่างกายร่วมกับการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะแก้ปัญหาก่อนที่หลอดเลือดแดงใหญ่จะแตกหรือฉีกขาด บางครั้งอาจต้องรีบผ่าตัดก่อนที่จะแตก เพราะปัจจุบันยังไม่มียาใดๆ เข้าไปยังยั้งโรคได้ แม้ปัจจุบันกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุกรรมระดับโลกจะมีความพยายามที่จะไปแก้ไขในระดับพันธุกรรม (ยีน) แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่สามารถนำมารักษาคนไข้ได้
               
ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก  กล่าวว่า แนวทางการรักษาคือการตรวจหาความผิดปกติของโรคเพื่อจะได้ให้การรักษาตั้งแต่แรก แม้ว่ายังไม่มียาที่สามารถชะลออัตราการโป่งขยายของหลอดเลือดแดงใหญ่ได้โดยตรง แต่แพทย์อาจให้ยาบางชนิดซึ่งสามารถช่วยลดอัตราการเสียเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งพบว่าครึ่งหนึ่งของคนไข้โรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองป่วยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจร่วมด้วย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองที่เกิดจากการเสื่อมของผนังหลอดเลือดแดงใหญ่เนื่องจากมีปัจจัยร่วมกันหลายอย่าง อาทิ 
 
  • อายุมาก 
  • เป็นผู้ชาย 
  • เป็นโรคเบาหวาน
  • ความดันโลหิตสูง
  • ไขมันสูง   
               
อย่างไรก็ตามกลุ่มคนไข้ที่เกิดจากพันธุกรรม เช่น เป็นโรค Marfan Syndrome ควรจะได้รับการ ตรวจหาความผิดปกติของโรคตั้งแต่อายุยังน้อย เริ่มตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ด้วยการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทั้งตัวทุกปีไปตลอดชีวิต ส่วนกลุ่มที่เกิดจากการเสื่อมของผนังหลอดเลือดแดงใหญ่จากการศึกษาในสหรัฐ อเมริกา แคนนาดา และยุโรปยืนยันตรงกันว่ากลุ่มที่สมควรตรวจหาความผิดปกติของโรคคือ ผู้ชาย อายุระหว่าง 65-75ปี และมีประวัติสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิตหรือคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง อย่างใดอย่างหนึ่งสมควรที่จะตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวน์
               
"เหตุผลที่กลุ่มที่มีความเสี่ยงจากพันธุกรรมต้องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพราะสามารถตรวจหาความผิดปกติของโรคได้ทุกระดับตั้งแต่อกยันท้อง เพราะไม่มีใครรู้ว่าหลอดเลือดแดงใหญ่จะโป่งตรงไหนก่อน ส่วนกลุ่มคนไข้ที่เกิดจากการเสื่อมของผนังหลอดเลือดแดงใหญ่มักจะโป่งในช่องท้องก่อน ดังนั้นการตรวจจึงโฟกัสไปที่ช่องท้องประกอบกับการตรวจด้วยอัลตราซาวน์มีความเสี่ยงต่ำ ไม่จำเป็นต้องฉีดสี ซึ่งเหมาะกับกลุ่มผู้สูงอายุส่วนการเกิดหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในช่องอก คนไข้บางคนมีอาการเจ็บหน้าอก ขาไม่มีแรง กลืนลำบาก  หรือเสียงแหบแต่ส่วนใหญ่ไม่ได้มีสัญญาณเตือน ล่วงหน้ากว่าจะรู้ก็สายไปเสียแล้ว ดังนั้นกลุ่มเสี่ยงควรจะเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องอก"
                 
สำหรับขนาดของหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองไม่เกิน 5 เซนติเมตร ถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่ต้องทำการผ่าตัดรักษา แต่ต้องตรวจสุขภาพและมาพบแพทย์เป็นประจำร่วมกับการควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่างๆ หากโป่งพองมากกว่า 3 เซนติเมตร ต้องตรวจทุกปี โป่งพองมากกว่า 4 เซนติเมตร ต้องตรวจทุก 6 เดือน โป่งพอง 5 เซนติเมตรขึ้นไป ควรพบแพทย์เพื่อหาแนวทางการป้องกันและรักษาแต่เนิ่นๆ  แต่ในกรณีที่โตเร็วมากกว่า 5 มิลลิเมตรใน 6 เดือน หรือ 1 เซนติเมตรใน 1 ปี หรือโป่งพองมากกว่า 5.5 เซนติเมตร ขึ้นไปจะมีโอกาสแตกได้มาก จึงเป็นข้อบ่งชี้ให้ทำการรักษาโดยการผ่าตัดส่วนในช่องอก ถ้าหลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องอกตอนต้นโป่งมากกว่า  5 เซนติเมตร ตอนปลายในช่องอกมากกว่า 6.5 เซนติเมตร เป็นข้อบ่งชี้ให้ทำการรักษาโดยการผ่าตัด
               
นพ.อรรถภูมิ แนะนำว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง  คือ หยุดสูบบุหรี่ทันทีจะช่วยลดการแตกของหลอดเลือดได้ถึง 4 เท่า พร้อมกันนี้ควรออกกำลังกายในระดับปานกลาง เช่น วิ่งเหยาะๆ ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ  แต่ไม่ควรออกกำลังหนักๆ หรือยกน้ำหนัก ที่สำคัญคือการตรวจคัดกรองด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีการทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง 256 Slice CT Scan จะช่วยให้ผู้ป่วยสัมผัสรังสีน้อยลง  และได้รับผลการตรวจละเอียดมากขึ้น

ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ