HOSPITAL HOTLINE

โทรศัพท์
:
02 310 3000
, หรือ
1719
(LOCAL CALLS)
   

 บริการทางการแพทย์

การวินิจฉัยโรคหัวใจและหลอดเลือด

การตรวจสวนเส้นเลือดหัวใจ (Coronary Angiogram)

การตรวจสวนเส้นเลือดหัวใจ, Coronary Angiogram


เส้นเลือดหัวใจตีบตัน (Coronary Artery Disease)

คือ ภาวะที่มีการตีบแคบลงของเส้นเลือดหัวใจ Coronary เกิดจากคราบไขมันและของเสียที่สะสมอยู่ที่ผนังด้านในของหลอดเลือด ซึ่งเมื่อการสะสมของคราบไขมันหินปูนเหล่านั้นมากพอจะทำให้รูด้านในของหลอดเลือดตีบแคบลงและทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่พอ (ตามภาพ)  ซึ่งหัวใจทำหน้าที่คล้ายปั๊มน้ำคอยสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ถ้าหัวใจได้รับเลือด สารอาหาร และออกซิเจนไม่เพียงพอ จะทำให้การทำงานลดลง ผลก็คือเลือดที่ถูกปั๊มและสูบฉีดจากหัวใจไปยังอวัยวะต่าง ๆ ลดลง
Coronary Angiogram

ความสำคัญของการตรวจด้วยการสวนหัวใจ

เป็นการตรวจโดยใช้รังสี X-ray ร่วมกับการฉีดสารทึบแสงเข้าไปในหลอดเลือดหัวใจโดยตรง เพื่อแสดงให้เห็นถึงจุดและตำแหน่งของหลอดเลือดที่ตีบ รวมไปถึงความรุนแรงและจำนวนมากน้อยของการตีบ เพื่อให้แพทย์ได้ตัดสินใจเรื่องการรักษาที่เหมาะสมต่อไป เช่น การทำการขยายด้วยบอลลูน การใส่ขดลวด หรือการทำการผ่าตัดบายพาส หรือการใช้ยาที่เหมาะสม



ข้อบ่งชี้

  • อาการของเส้นเลือดหัวใจตีบ เช่น การเจ็บหน้าอก (Angina)
  • อาการเจ็บที่หน้าอก กรามคอหรือแขนที่ไม่สามารถอธิบายได้โดยโรคอื่น ๆ
  • อาการเจ็บหน้าอกที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ (Unstable Angina)
  • มีภาวะหัวใจล้มเหลวหรือกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนกำลัง
  • มีภาวะของโรคหัวใจอื่น ๆ ร่วมด้วยเมื่อเตรียมตัวผ่าตัด
  • มีภาวะเส้นเลือดส่วนอื่น ๆ ตีบตัน
  • โรคของลิ้นหัวใจที่ต้องการการผ่าตัดและวางแผนการผ่าตัดหัวใจ
เนื่องจากการตรวจด้วยวิธีการสวนหัวใจเป็นการตรวจด้วยวิธี Invasive และมีความเสี่ยงเล็กน้อยจากการทำหัตถการ ดังนั้นการตรวจด้วยวิธีนี้จะทำหลังจากการตรวจด้วยวิธีการตรวจ Non-Invasive เช่น EKG, Echo Cardiogram หรือการทำ Stress Test ก่อนเสมอ

 

ความเสี่ยงจากการตรวจด้วยวิธีการสวนเส้นเลือดหัวใจ

ความเสี่ยงของการตรวจวิธีการ Invasive ใด ๆ ที่ทำกับหัวใจและหลอดเลือด มีความเสี่ยงใกล้เคียงกันและไม่มาก ซึ่งความเสี่ยงที่พอจะเป็นไปได้แต่เกิดขึ้นได้น้อยมาก ดังตัวอย่างเช่น
  • Heart Attack ขณะทำการตรวจ
  • บาดเจ็บหรือฉีกขาดต่อเส้นเลือดที่ทำการตรวจ
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • แพ้สารทึบแสงหรือยาที่ใช้ร่วมกับการตรวจ
  • บาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อหรือกล้ามเนื้อหัวใจ
  • ภาวะน้ำในเยื่อหุ้มหัวใจจากการแตกหรือฉีกขาดของหลอดเลือด
  • ไตเสื่อมจากสารทึบแสงที่ใช้
  • เสียเลือดมาก
  • ติดเชื้อแทรกซ้อน
  • เลือดออกและบาดเจ็บต่อบริเวณที่ทำการสวนเส้นเลือดที่ขาหนีบหรือข้อมือ
  • ภาวะแทรกซ้อนจากรังสี X-ray
หมายเหตุ: บางภาวะที่วิธีการตรวจชนิดนี้จำเป็นต้องทำในภาวะฉุกเฉินเร่งด่วน แต่โดยมากจะทำการนัดหมายล่วงหน้าและมีเวลาสำหรับการเตรียมตัวเพื่อลดความเสี่ยงต่าง ๆ



การเตรียมตัวก่อนการทำหัตถการ

สำหรับผู้ป่วยนอก

มาโรงพยาบาลในตอนเช้าของวันที่นัดทำเพื่อเตรียมตัวและเตรียมความพร้อมเรื่องยาที่ทานเป็นประจำ
  • ถ้าทำตอนเช้า ห้ามทานอาหารและดื่มน้ำหลังเที่ยงคืนก่อนมาโรงพยาบาล นำยาทุกชนิดที่ทานประจำมาโรงพยาบาลในตอนเช้าด้วย และถามแพทย์ในตอนเช้าว่าตัวไหนให้ทานต่อหรือให้งด ถ้าเป็นโรคเบาหวาน ถามแพทย์ที่ดูแลว่าต้องใช้ Insulin หรือยาในตอนเช้าหรือไม่
  • ถ้าทำเวลาอื่นนอกเหนือจากตอนเช้า แพทย์และผู้ดูแลที่เกี่ยวข้องจะให้ข้อแนะนำและข้อปฏิเสธเป็นกรณีพิเศษ
  • แพทย์ผู้ดูแลมีความจำเป็นต้องทราบว่าท่านแพ้อาหารทะเลหรือเคยมีประวัติแพ้สารทึบแสงมาก่อนหรือไม่

 

ขั้นตอนการตรวจ

  • ผู้ป่วยนอนหงายบนเตียง X-ray และมีการผูกเข็มขัดนิรภัยที่ลำตัวและขา
  • เครื่องภาพ X-ray จะขยับไปมาและรอบๆ เตียงและบริเวณหน้าอก - ศีรษะของผู้ป่วย
  • เปิดเส้นเลือดที่เส้นเลือดดำที่แขนเพื่อให้น้ำเกลือ
  • อาจจะมีการใช้ยาเพื่อให้ผ่อนคลายระหว่างทำการตรวจ
  • ผู้ป่วยจะตื่นตลอดเวลา ไม่ได้วางยาสลบ และสามารถทำตามที่สั่งได้ตลอด
  • ผู้ป่วยอาจจะถูกร้องขอให้หายใจเข้าออกลึก ๆ หรือหยุดหายใจบางครั้ง เพื่อช่วยให้ภาพที่ได้สวยงามและสมบูรณ์มากที่สุด
  • จะมีการติด Electrodes ที่บริเวณหน้าอก แขน หรือขา และมีการติดเตรื่องวัดและติดตามความดันที่แขนตลอดเวลา รวมถึงตัววัดระดับออกซิเจนที่นิ้วมือ
  • อาจจะมีการใช้สารเพื่อห้ามการแข็งตัวของเลือดในระหว่างการตรวจและทำหัตถการ
  • อาจจะมีการโกนขนที่ขาหนีบเล็กน้อยและมีการทำความสะอาดและทำการเช็ดล้างเชื้อ รวมไปถึงการให้ยาชาเฉพาะที่ที่ขาหนีบ
  • หลอดเลือดแดงใหญ่ที่ขาหนีบหรือข้อมือจะถูกใส่สาย Catheter โดยใช้เข็มแทงเข้าไปที่เส้นเลือดและนำท่อพลาสติก (Sheath) ใส่คาไว้ที่หลอดเลือดระหว่างทำหัตถการ
  • ปกติขั้นตอนนี้จะไม่เจ็บ แต่ถ้ามีอาการเจ็บต้องแจ้งแพทย์ที่ทำการตรวจ
  • สารทึบแสงจะถูกฉีดเข้าไปในหลอดเลือดผ่านท่อนำ (Catheter) ผู้รับการตรวจอาจจะรู้สึกออกร้อนวูบวาบเล็กน้อยเมื่อมีสารทึบแสงเข้าไปในร่างกาย
  • สารทึบแสงจะปรากฏให้เห็นชัดเจนในจอ X-ray และแพทย์จะทำการวิเคราะห์ผล
  • การรักษาขึ้นอยู่กับผลการตรวจและในระหว่างการตรวจอาจจะมีการใส่สายเข้าไปเพิ่มเติมและจะมีการให้ข้อมูลก่อนที่จะทำการรักษาด้วยการทำบอลลูนหรือใส่ขดลวดเข้าไป

 

ใช้เวลาตรวจนานเท่าไร


โดยทั่วไปการตรวจด้วยการสวนหัวใจใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงหรือน้อยกว่า แต่อย่างไรก็ตามบางครั้งอาจจะใช้เวลามากขึ้น โดยเฉพาะถ้ามีการทำหัตถกรรมอื่นร่วมด้วย เช่น การทำบอลลูนหรือใส่ขดลวด และขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนทำและหลังทำหัตถการอาจจะเพิ่มระยะเวลาในการตรวจทั้งหมดเพิ่มขึ้น



หลังการตรวจ

  • หลังการตรวจเสร็จสิ้นแล้ว สาย Sheath และสายสวนจะถูกถอดออกจากขาหนีบหรือข้อมือ แล้วจะกดห้ามเลือดเพื่อป้องกันเลือดออกอีกอย่างน้อย 15 นาที
  • ผู้รับการตรวจจะถูกนำส่งไปยังห้องพักฟื้นเพื่อสังเกตอาการและติดตามดูสัญญาณชีพต่อ เมื่อทุกอย่างปกติแล้วจะอนุญาตให้กลับไปยังห้องพักหอผู้ป่วย หลังจากนั้นยังคงมีการติดตามสัญญาณชีพต่ออีกประมาณ 6-8 ชั่วโมง พร้อมทั้งติดตามดูว่ามีปัญหาเรื่องเลือดออกหรือไม่ ระหว่างนี้จะมีการใช้น้ำหนักและการกดห้ามเลือดบริเวณที่ทำหัตถการร่วมด้วย
  • ผู้รับการตรวจสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวกับที่ทำหัตถการ กรณีที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน และไม่ได้ทำหัตถการต่อ แต่นอกเหนือจากนั้นอาจจะต้องอยู่โรงพยาบาลต่อ
  • หลังทำหัตถการจำเป็นต้องดื่มน้ำจำนวนมากเพื่อชะล้างสารทึบแสงออกจากร่างกายและสามารถทานอาหารได้เมื่อทุกอย่างปกติและเรียบร้อยดี
  • ยาที่ทานประจำ แพทย์ที่ดูแลจะแนะนำว่าจะให้เริ่มทานได้เมื่อไร การอาบน้ำสามารถทำได้หลังจากที่เริ่มให้เดินได้ หลังจากนั้นสามารถกลับไปทำงานได้ แต่การออกกำลังกายหนักและยกของหนักจะไม่อนุญาตให้ทำหลังการทำหัตถการประมาณ 1 - 2 สัปดาห์ รอยเข็มที่บริเวณขาหนีบและข้อมือ อาจจะมีรอยเขียวช้ำและเป็นตุ่มนูนเล็กน้อย และเจ็บได้หลังจากทำหัตถการประมาณ 1 - 2 สัปดาห์

 

ผลการตรวจและการแนะนำการรักษา

  • ผลการตรวจสามารถบ่งบอกถึงเส้นเลือดหัวใจว่ามีตีบตันหรือมีคราบตะกรันที่บริเวณไหน
  • ตำแหน่งของการตีบของเส้นเลือด
  • ความรุนแรงของการตีบของหลอดเลือด
  • สามารถเช็กผลของการใส่ขดลวดและบอลลูน และติดตามผลของการทำหัตถการครั้งที่ผ่านมา
  • สามารถดูการไหลเวียนของเส้นเลือดหัวใจ
  • สามารถทำหัตถการ บอลลูน และใส่ขดลวดหลังทำการฉีดสีได้ทันที
หมายเหตุ: การตัดสินใจร่วมกันระหว่างทีมแพทย์ที่ทำการตรวจและผู้ป่วยรวมถึงญาติเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการแนะนำการรักษาขั้นต่อไป และสามารถทำได้ทันทีหลังการฉีดสีเส้นเลือดหัวใจเสร็จ



ติดต่อโรงพยาบาลทันทีถ้ามีอาการดังต่อไปนี้

  • มีอาการเลือดออกผิดปกติ มีจ้ำเลือดอันใหม่หรือขนาดใหญ่ขึ้น บริเวณที่ทำการเจาะเส้นเลือด
  • มีอาการปวดมากขึ้น ขัดหรือเคืองบริเวณที่ทำหัตถการ
  • มีการอักเสบหรือติดเชื้อ เช่น แดงขึ้น ร้อนขึ้น หรือมีสารน้ำออกมาจากบริเวณที่ทำหัตถการหรือมีไข้ขึ้น
  • มีการเปลี่ยนแปลงของสีและอุณหภูมิของขาข้างที่ทำ เช่น เย็นขึ้น เขียวขึ้น หรือม่วงมากขึ้น
  • มีอาการหน้ามืดหรือเป็นลมหรืออ่อนแรง
  • มีอาการเจ็บหน้าอกหรือหายใจขัดและหายใจลำบากมากขึ้น
  • ถ้าบริเวณที่ทำหัตถการมีเลือดออกหรือบวมแดงมากขึ้นให้กดบริเวณแผลที่ทำแล้วติดต่อแผนกฉุกเฉินโดยด่วน

Coronary Angiogram