HOSPITAL HOTLINE

โทรศัพท์
:
02 310 3000
, หรือ
1719
(LOCAL CALLS)
   

 บริการทางการแพทย์

การวินิจฉัยโรคหัวใจและหลอดเลือด

Magnetic Resonance Imaging (MRI)
การสร้างภาพด้วยคลื่นแม่เหล็ก

MRI

เอ็มอาร์ไอ (MRI) คืออะไร

เอ็มอาร์ไอหรือแมกเนติกเรโซแนนซ์ อิมเมจิง หรือเครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ตรวจดูอวัยวะภายในโดยไม่มีการใส่ส่วนของอุปกรณ์ใด ๆ เข้าไปในร่างกาย (Noninvasive Equipment)

หลักการทำงานของเอ็มอาร์ไอจะอาศัยการทำปฏิกิริยาของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและคลื่นความถี่วิทยุ กับอนุภาคโปรตอนที่อยู่ในส่วนประกอบของเนื้อเยื่อแต่ละชนิด ซึ่งปฏิกิริยานี้จะทำให้ได้สัญญาณภาพ (Image Signal) ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นภาพของอวัยวะภายในโดยระบบคอมพิวเตอร์ แมกเนติกเรโซแนนซ์ อิมเมจิง (MRI) เป็นเครื่องมือปลอดรังสีเอ็กซ์ เพราะไม่ใช้รังสีเอ็กซ์ในการสร้างสัญญาณภาพของอวัยวะภายใน


เปรียบเทียบ เอ็มอาร์ไอ (MRI) กับ เครื่องเอ็กซ์เรย์  คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (MDCT scan )

เมื่อดูภายนอกทางด้านหน้า เครื่องมือทั้งสองชนิดจะมีลักษณะคล้ายโดนัทขนาดยักษ์ อุโมงค์ของเอ็มอาร์ไอ (ซ้าย) มักจะลึกกว่าของเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (ขวา) ขณะที่ทำการตรวจผู้ป่วยจะต้องนอนบนเตียงตรวจที่สามารถเลื่อนตัวคนไข้เข้าและออกจากอุโมงค์ อุโมงค์ของเอ็มอาร์ไอมีหลายแบบ เช่น อุโมงค์ที่มีขนาดรวมทั้งอุโมงค์แบบเปิดสำหรับคนไข้ที่กลัวที่แคบ ซึ่งโรงพยาบาลกรุงเทพมีเครื่องมือชนิดนี้สำหรับให้บริการ

ผนังของอุโมงค์เอ็มอาร์ไอจะบรรจุแม่เหล็กกำลังสูง (Powerful Magnet) และเครื่องส่งสัญญาณคลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency Pulse) ส่วนผนังของอุโมงค์เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง 256 สไลซ์ (256 Slice Multi Detector CT Scanner)  จะบรรจุหลอดเอกซเรย์ (X - Rays Tube) เครื่องรับสัญญาณเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (MDCT Scan)


เอ็มอาร์ไอ ทำงานอย่างไร

เอ็มอาร์ไอทำงานได้โดยอาศัยปฏิกิริยาระหว่างคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า คลื่นความถี่วิทยุ และอนุภาคโปรตอนในเนื้อเยื่อของร่างกาย โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงในทางเคมีที่เป็นอันตราย เมื่ออานุภาคโปรตอนได้รับพลังงานจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและคลื่นความถี่วิทยุ อนุภาคโปรตอนในเนื้อเยื่อแต่ละชนิดจะมีการเคลื่อนที่ออกจากตำแหน่งสมดุลเดิมไปอยู่ในระนาบที่ตั้งฉากกับแนวแกนของสนามแม่เหล็กกำลังสูง เมื่อการถ่ายเทพลังงานจากแหล่งกำเนิดคลื่นความถี่วิทยุหยุดลง อนุภาคโปรตรอนที่มีพลังงานสูงและกำลังเคลื่อนที่ออกจากตำแหน่งสมดุลเดิมก็จะมีการคายพลังงานออกมาเพื่อกลับสู่สมดุลเดิม พลังงานที่คายออกมาจะถูกเปลี่ยนไปเป็นสัญญาณภาพด้วยระบบคอมพิวเตอร์และสร้างเป็นภาพของอวัยวะภายในได้ในที่สุด


ข้อบ่งชี้ในการส่งตรวจเอ็มอาร์ไอหัวใจ
 
  • ตรวจหาความปกติของกล้ามเนื้อหัวใจและเยื่อหุ้มหัวใจ
  • ตรวจหาความผิดปกติของหลอดเลือดแดงใหญ่และหลอดเลือดโคโรนารี อาร์เทอรี่
  • ตรวจสมรรถภาพการทำงานของหัวใจเพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนการผ่าตัด
  • ตรวจวินิจฉัยหาความผิดปกติของหัวใจที่เป็นมาแต่กำเนิดทั้งก่อนและหลังการรักษาทั้งในเด็กและผู้ใหญ่


ชนิดของการตรวจเอ็มอาร์ไอ หัวใจ


1.     การตรวจเอ็มอาร์ไอหัวใจร่วมกับการฉีดสารทึบรังสี (Gadolinium Contrast)
  • Cardiac Perfusion Study เป็นการตรวจเพื่อประเมินว่ากล้ามเนื้อหัวใจได้รับเลือดไปเลี้ยงเพียงพอกับความต้องการหรือไม่
  • Viability Study เป็นการตรวจวินิจฉัยโรคของกล้ามเนื้อหัวใจว่าเกิดจากการขาดเลือดหรือจากสาเหตุอื่น เช่น ภาวะการอักเสบ และ ตรวจหาปริมาณ และ การแผ่ขยาย (Expansion) ของกล้ามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือดและกล้ามเนื้อหัวใจที่มีพยาธิสภาพจากโรคอื่น
  • การตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งของหัวใจ
  • MR Angiography คือการตรวจวินิจฉัยโรคของหลอดเลือดแดงใหญ่ (Aorta) และหลอดเลือดดำใหญ่ (Pulmonary Artery, Superior Vena Cava, Inferior Vena Cava)
2.    การตรวจเอ็มอาร์ไอหัวใจโดยไม่มีการฉีดสารทึบรังสี
  • การตรวจหาความผิดปกติและการอุดตันของหลอดเลือดโคโรนารี
  • การตรวจสมรรถภาพการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ (Cardiac Function, Left Ventricular/Right Ventricular Ejection Fraction)
  • การตรวจหาความผิดปกติของลิ้นหัวใจและความรุนแรงของโรค
  • การตรวจหาความผิดปกติของหัวใจที่ทำให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะ
3.    การตรวจเอ็มอาร์ไอหัวใจร่วมกับการฉีดยาและการฉีดสารทึบรังสี
  • การตรวจชนิดนี้ ได้แก่ MRI Stress Test การตรวจสมรรถภาพของหลอดเลือดหัวใจในการส่งเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจขณะหัวใจเกิดความเครียด (Stress) โดยการกระตุ้นให้หัวใจเกิดความเครียดโดยการฉีดยาโดบูทามีน (Dobutamine) หรือ อดีโนซีน (Adenosine) เข้าทางหลอดเลือดดำ


การเตรียมตัวก่อนการตรวจ
 
  • งดน้ำและอาหาร 4 ชั่วโมงก่อนตรวจ ซึ่งขี้นอยู่กับชนิดของการตรวจ
  • เปลี่ยนเสื้อผ้ามาใส่เสื้อที่แผนกตรวจเตรียมไว้ให้
  • ถอดฟันปลอม เครื่องช่วยฟัง เครื่องประดับที่ทำด้วยโลหะออกให้หมด และเก็บไว้ในที่เก็บของที่แผนกเตรียมไว้ให้
  • นำเหรียญสตางค์ บัตรเครดิต บัตรเอทีเอ็ม โทรศัพท์ออกจากตัวให้หมด 

กรณีต้องห้ามสำหรับการตรวจเอ็มอาร์ไอหัวใจ คือ สตรีมีครรภ์ คนไข้ที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทำด้วยโลหะฝังอยู่ในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นและเครื่องกระตุกหัวใจ เครื่องปั๊มอินซูลิน และคนไข้ที่มีอาการกลัวที่แคบ ส่วนที่ต้องพิจารณาเป็นกรณีไป เช่น คนไข้ที่ใส่ลิ้นหัวใจเทียมบางชนิด เครื่องกระตุ้นเส้นประสาท คนไข้ที่ใส่ขดลวดดามหลอดเลือด (Stent)


ขั้นตอนการตรวจเอ็มอาร์ไอ
 
  • ผู้ป่วยจะได้รับการอธิบายขั้นตอนการตรวจก่อนการตรวจ
  • เมื่อผู้ป่วยตกลงใจที่จะทำการตรวจก็ให้ผู้ป่วยลงชื่อในใบเซ็นยินยอมเพื่อรับการตรวจ
  • ให้คนไข้นอนหงายบนเตียงตรวจ จัดท่าคนไข้ให้ถูกต้องตามมาตรฐานการตรวจ ติดแถบมัดตัวคนไข้เพื่อไม่ให้คนไข้เคลื่อนไหวออกจากตำแหน่ง
    • ติดสายตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่หน้าอกด้านซ้ายของคนไข้ ติดสายวัดการหายใจที่หน้าท้องของ คนไข้ และเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ
    • แจ้งให้คนไข้ทราบว่าระหว่างการตรวจอาจขอให้คนไข้กลั้นหายใจหลายครั้งประมาณ 15 - 20 วินาที คนไข้จะได้รับการฝีกการกลั้นหายใจก่อนการตรวจ
    • ผู้ป่วยที่ทำการตรวจเอ็มอาร์ไอชนิดที่ต้องฉีดสารทึบรังสีและฉีดยาจะได้รับการเปิดเส้นเลือดดำสำหรับฉีดสารทึบรังสีและ/หรือยา
    • ผู้ป่วยที่ทำการตรวจเอ็มอาร์ไอชนิดที่ต้องฉีดสารทึบรังสีจะได้รับการแจ้งให้เจาะเลือดตรวจหน้าที่ของไตก่อนพิจารณาฉีดสารทึบรังสี

การตรวจใช้เวลานานแค่ไหน

โดยเฉลี่ยใช้เวลาประมาณ 45 - 90 นาที 


อะไรเกิดขึ้นบ้างในระหว่างการตรวจ
 
  • โดยส่วนมากการตรวจเอ็มอาร์ไอ คนไข้จะไม่มีความรู้สึกเจ็บปวด
  • คนไข้บางคนอาจรู้สึกไม่สุขสบายขณะรับการตรวจ เนื่องจากต้องนอนอยู่ในอุโมงค์ที่แคบ และมีเสียงดังจากการปล่อยคลื่นความถี่วิทยุ แต่สามารถลดความดังได้ด้วยการให้คนไข้ใส่โฟมอุดหู
  • คนไข้บางคนอาจขมคอเมื่อได้รับการฉีดสารเปรียบต่าง (Gadolinium Contrast) 
  • หลังจากตรวจเสร็จผู้ป่วยสามารถดำเนินกิจกรรมตามปกติได้ ยกเว้นผู้ป่วยที่ได้รับยานอนหลับหรือ ยาสลบ ต้องให้ผู้ป่วยพักฟื้นจนกว่าจะรู้สติสัมปชัญญะ

ความเสี่ยงต่ออันตรายจากการตรวจเอ็มอาร์ไอ
 
  • ความเสี่ยงต่ออันตรายจากการตรวจเอ็มอาร์ไอ โดยปกติไม่มีความเสี่ยงสำหรับการตรวจทั่วไป ยกเว้นการตรวจเอ็มอาร์ไอ Stress Test ที่อาจทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างการตรวจ เช่น อาจมีอาการเจ็บหน้าอกหรือหัวใจล้มเหลว ซึ่งเป็นอาการแสดงที่บอกว่ามีหลอดเลือดโคโรนารีอุดตัน
  • ความเสี่ยงต่อการเกิดพังผืดของเนื้อเยื่อไตจากการใช้ Gadolinium Contrast โดยเฉพาะในคนที่มีความเสื่อมของไต

ข้อจำกัดของเอ็มอาร์ไอ
 
  • คนไข้ไม่สามารถจะนอนไม่เคลื่อนไหวตลอดการตรวจได้
  • คนไข้ไม่สามารถจะกลั้นใจนิ่งหลายครั้งได้
  • คนไข้ตัวใหญ่ไม่สามารถนอนในอุโมงค์ได้
  • จังหวะการเต้นของหัวใจที่ไม่สม่ำเสมอมีผลต่อคุณภาพของภาพ
  • การตรวจวินิจฉัยโรคโดยใช้เอ็มอาร์ไอใช้เวลานานกว่าและราคาแพงกว่าการตรวจโดยเครื่องมืออื่น

ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ มีเครื่องเอ็มอาร์ไอให้บริการดังนี้ 
  • 3 เทสลา (Tesla) เอ็มอาร์ไอ (MRI) ตั้งอยู่ที่อาคารกิติพันธ์ ชั้นใต้ดิน และอาคาร D ชั้นใต้ดิน
  • 1.5 เทสลา (Tesla) เอ็มอาร์ไอ (MRI) ตั้งอยู่ที่อาคาร R ชั้น G 
  • 1.0 เทสลา (Tesla) เอ็มอาร์ไอ ชนิดอุโมงค์แบบเปิด (Open MRI) ตั้งอยู่ที่อาคาร D ชั้นใต้ดิน