HOSPITAL HOTLINE

โทรศัพท์
:
02 310 3000
, หรือ
1719
(LOCAL CALLS)
   

 ศูนย์และคลินิกหัวใจ

ศูนย์และคลินิกหัวใจ

คลินิกหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหัวใจเต้นผิดปกติ

 
บทนำ
                หัวใจทำหน้าที่สูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย การทำงานของหัวใจควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า หากระบบไฟฟ้าเกิดขัดข้องก็จะทำให้หัวใจทำงานผิดปกติ หัวใจเต้นผิดปกติเป็นความผิดปกติของอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งอาจจะช้าลงหรือเร็วขึ้น หรือจังหวะการเต้นของหัวใจ  
                หัวใจเต้นผิดปกติเป็นสภาวะที่พบได้ค่อนข้างบ่อยและส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายต่อชีวิต เกือบทุกคนจะมีประสบการณ์หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างน้อยสักครั้ง คุณอาจจะรู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็ว แรง หรือสะดุด ซึ่งอาจจะมีผลต่อคุณภาพชีวิต หัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิดอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ดังนั้นจึงควรได้รับการรักษาโดยถูกวิธี การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างสามารถลดการเกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะได้

 

         ในสภาวะปกติระบบไฟฟ้าจะควบคุมจังหวะและอัตราการเต้นของหัวใจ หัวใจมีสี่ห้อง ได้แก่ ห้องขวาบน ห้องขวาล่าง ห้องซ้ายบน และห้องซ้ายล่าง ระหว่างห้องบนและล่างจะมีลิ้นหัวใจกั้นไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับ หัวใจห้องขวาจะรับเลือดที่มีออกซิเจนต่ำกลับจากส่วนต่างๆของร่างกายแล้วส่งเลือดไปฟอกที่ปอด หัวใจห้องซ้ายรับเลือดที่มีออกซิเจนสูงกลับจากปอดเพื่อส่งไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย การนำไฟฟ้า 1 ครั้ง ทำให้หัวใจเต้น 1 ครั้ง คลื่นกระแสไฟฟ้าจากห้องบนสู่ห้องล่างทำให้หัวใจห้องบนและล่างทำงานสัมพันธ์กัน
จุดกำเนิดคลื่นกระแสไฟฟ้าอยู่ที่ผนังห้องขวาบน (sinus node หรือ Sinoatrial node, SA node) SA node จะผลิตคลื่นกระแสไฟฟ้า ส่งมากระตุ้นหัวใจห้องบนทั้งสองห้องผลักดันเลือดลงมาที่ห้องล่าง หัวใจห้องล่างทั้งสองห้องก็รับเลือดจากห้องบน ต่อจากนี้สัญญาณไฟฟ้าจะมากระตุ้นปุ่มกำเนิดคลื่นไฟฟ้าหัวใจซึ่งอยู่ระหว่างหัวใจห้องบนและล่าง (Atrioventricular node, AV node) ให้ชักนำกระแสไฟฟ้าผ่านเครือข่ายพิเศษไปสู่ห้องล่างทั้งสองห้อง หัวใจห้องขวาล่างจะผลักดันเลือดไปฟอกที่ปอด ส่วนหัวใจห้องล่างซ้ายจะผลักดันเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย
ระบบไฟฟ้าควบคุมการทำงานของหัวใจให้ต่อเนื่องสัมพันธ์กัน หากเกิดปัญหาในตำแหน่งใดในระบบไฟฟ้า จะทำให้เกิดหัวใจเต้นผิดปกติ ผู้ป่วยที่มีหัวใจเต้นผิดปกติหากสามารถได้รับการรักษาอย่างถูกต้องก็จะใช้ชีวิตได้ตามปกติ
 

  การตรวจคลื่นหัวใจ และสาเหตุการเกิดหัวใจเต้นผิดปกติ

หัวใจเต้นผิดจังหวะอาจพบได้ในผู้ป่วยที่มีหรือไม่มีความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจ มีปัจจัยหลายอย่างที่กระตุ้นให้หัวใจเต้นผิดจังหวะเช่น ยาหรือสารบางชนิด การดื่มสุราหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไป
โรคหัวใจต่อไปนี้มีความสัมพันธ์กับการเกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะ เช่น โรคหัวใจจากความดันโลหิตสูง โรคเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจตีบ โรคลิ้นหัวใจ สภาวะหลังผ่าตัดหัวใจ โรคหัวใจล้มเหลว โรคกล้ามเนื้อหัวใจ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
สภาวะอื่นๆที่อาจเกี่ยวข้องกับหัวใจเต้นผิดจังหวะ เช่น การเปลี่ยนตามวัย ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โรคเบาหวาน โรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด โรคปอดเรื้อรัง ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ โรคติดเชื้อไวรัส


การวินิจฉัยหัวใจเต้นผิดปกติด้วยคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
สามารถตรวจวินิจฉัยได้จากการตรวจคลื่นหัวใจ Electrocardiogram (ECG, EKG)
 
เต้นปกติ                                ตรวจคลื่นหัวใจ
 
เต้นเร็ว       ตรวจคลื่นหัวใจ 2
 
เต้นช้า                        ตรวจคลื่นหัวใจ 3
 
 
เต้นไม่สม่ำเสมอ                             ตรวจคลื่นหัวใจ 4
 
12 ตำแหน่ง ECG                      ตรวจคลื่นหัวใจ 5


ชนิดของหัวใจเต้นผิดปกติ
การแบ่งประเภทหัวใจเต้นผิดปกติ
  • หัวใจเต้นผิดปกติที่เกิดขึ้นในห้องบน
  • การเต้นของหัวใจห้องบนก่อนเวลาอันควร
  • หัวใจห้องบนเต้นพริ้ว
  • หัวใจที่เต้นผิดปกติซึ่งเกิดจากวงจรของคลื่นไฟฟ้าในหัวใจสองห้องบนปล่อยเร็วกว่าปกติ
  • หัวใจเต้นผิดปกติจากความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหรือวงจรไฟฟ้าที่เกิดขึ้นในหัวใจห้องบนหรือระหว่างห้องบนและล่าง
  • หัวใจมีการเต้นเร็วเนื่องมาจากมีทางเดินของคลื่นกระแสไฟฟ้าผ่านทางที่มีเพิ่มและทางเดิม
  • หัวใจมีการเต้นเร็วผิดปกติเกิดจากการที่มีทางเดินของคลื่นกระแสไฟฟ้าในหัวใจมากก่าหนึ่งที่วิ่งผ่าน AV node
  • หัวใจเต้นผิดปกติที่มีจุดกำเนิดในห้องบนที่ส่งคลื่นกระแสไฟฟ้าออกมาผิดปกติ
  • โรคที่มีจังหวะการเต้นของหัวใจช้าลงเพราะมีความผิดปกติที่ปุ่มกำเนิดคลื่นกระแสไฟฟ้า  SA node
  • หัวใจเต้นผิดปกติที่เกิดขึ้นในห้องล่าง
  • หัวใจเต้นผิดปกติจากอัตราการเต้นที่ช้า
  • การนำไฟฟ้าจากหัวใจห้องบนไปยังห้องล่างช้าลง หรือถูกขัดขวาง
  • ภาวะหัวใจเต้นผิดปกติที่เกิดจากโรคหัวใจบางชนิด เช่น Long QT syndrome, Brugada syndrome, Arrhythmogenic right ventricular dysplasia (ARVD)

การเต้นของหัวใจที่เกิดขึ้นก่อนเวลาอันควรเป็นผลมาจากคลื่นกระแสไฟฟ้าจากหัวใจห้องบนในส่วนที่นอกเหนือจาก SA node เป็นสภาวะที่ไม่มีอันตราย ไม่จำเป็นต้องรักษา
เป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะที่พบบ่อยที่สุดในผู้ใหญ่ หัวใจห้องบนจะเต้นพริ้ว ไม่บีบตัวผลักเลือดมาที่หัวใจห้องล่าง ทำให้หัวใจห้องบนและล่างทำงานไม่สอดคล้องกัน ส่วนใหญ่หัวใจห้องล่างจะเต้นผิดจังหวะและเร็วกว่าปกติตามไปด้วย การเปลี่ยนจังหวะการเต้นของหัวใจสามารถทำได้ด้วยการให้ยาหรือช็อคไฟฟ้า การจี้รักษามีประสิทธิภาพมากกว่าการกินยาควยคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ
 

หัวใจที่เต้นผิดปกติซึ่งเกิดจากวงจรของคลื่นไฟฟ้าในหัวใจสองห้องบน
ส่วนใหญ่วงจรของคลื่นไฟฟ้าที่ผิดปกติจะเกิดในหัวใจห้องขวาบน อัตราการเต้นของหัวใจมักจะเร็วและสม่ำเสมอ ภาวะนี้มีความสัมพันธ์กับภาวะหัวใจห้องบนเต้นพริ้ว
 

หัวใจเต้นผิดปกติจากความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหรือวงจรไฟฟ้าที่เกิดขึ้นในหัวใจห้องบนหรือระหว่างห้องบนและล่าง
               การเต้นของหัวใจที่มีอัตราการเต้นที่ถี่เร็ว และมักจะเป็นการเต้นที่สม่ำเสมอ ซึ่งมักจะเกิดและดับอย่างรวดเร็ว
  • หัวใจมีการเต้นเร็วเนื่องมาจากมีทางเดินของคลื่นกระแสไฟฟ้าผ่านทางที่มีเพิ่มและทางเดิม การจี้รักษาเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง
  • หัวใจมีการเต้นเร็วผิดปกติจากการที่มีวงจรไฟฟ้าที่ผิดปกติที่วิ่งผ่าน AV node ส่วนใหญ่หัวใจสามารถกลับมาเต้นปกติได้ด้วยการหายใจเข้าและกลั้นไว้สักครู่ หากไม่หายการให้ยาบางชนิดสามารถทำใหัห้วใจกลับมาเต้นปกติได้ การจี้รักษาเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง

การเต้นของหัวใจห้องล่างก่อนเวลาอันควร
                เป็นภาวะหัวใจเต้นผิดปกติที่พบได้บ่อย เกิดได้ในทุกคน สามารถเกิดในคนที่มีหรือไม่มีปัญหาโครงสร้างของหัวใจ สภาวะบางอย่างที่อาจมีความเกี่ยวข้อง เช่น การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในปริมาณมาก หรือการได้รับสารนิโคตินในปริมาณมาก สามารถเกิดในผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจหรือระดับเกลือแร่ที่ผิดปกติ ผู้ป่วยที่มีภาวะนี้บ่อย จะมีหรือไม่มีอาการก็ตามควรพบแพทย์โรคหัวใจ โดยทั่วไปหากเป็นไม่บ่อยและไม่มีความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจก็ไม่จำเป็นต้องรักษา
 

หัวใจห้องล่างเต้นเร็วผิดปกติ
                หัวใจเต้นผิดปกติจากหัวใจห้องล่างที่มีอัตราการเต้นหัวใจที่เร็ว การที่หัวใจเต้นเร็วผิดปกติทำให้หัวใจห้องล่างไม่ได้รับเลือดจากห้องบนตามที่ควรจะเป็น ดังนั้นปริมาณเลือดที่หัวใจห้องล่างผลักดันออกไปเลี้ยงส่วนต่างๆจึงน้อยกว่าปกติ อาจเกิดภาวะวิกฤตได้โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคหัวใจ ควรมาพบ
แพทย์โดยเร็ว
 

หัวใจห้องล่างเต้นพริ้ว
                เกิดจากคลื่นกระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติในหัวใจห้องล่าง เป็นภาวะวิภฤตเพราะหัวใจไม่สามารถผลักดันเลือดออกไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายได้ จะต้องได้รับการรักษาโดยด่วนที่สุดด้วยปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพและช็อคด้วยไฟฟ้า
 
กลุ่มอาการจากการมีระยะ QT ยาวผิดปกติ

                ระยะ QT สามารถตรวจวัดได้จากการตรวจคลื่นหัวใจ เป็นเวลาที่สัมพันธ์กับการคลายตัวของกล้ามเนื้อหัวใจห้องล่าง ถ้าผลบอกว่าระยะนี้ยาวผิดปกติ อาจก่อให้เกิดความผิดปกติของคลื่นกระแสไฟฟ้าหัวใจ และก่อให้เกิดหัวใจห้องล่างเต้นผิดปกติ ซึ่งอาจมีผลร้ายแรงต่อชีวิต เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอย่างฉับพลันอย่างหนึ่งในคนหนุ่มสาว เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม สามารถรักษาด้วยยาและ/หรือ การผ่าตัดฝังอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ช่วยเปลี่ยนจังหวะการเต้นของหัวใจด้วยการช็อคไฟฟ้า
               
Brugada syndrome
                เป็นโรคที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตอย่างฉับพลันในผู้ชายหนุ่มในแถบประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยเรียกโรคนี้ว่าโรคไหลตาย สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมไปสู่บุตร ตรวจพบความผิดปกติได้จากการตรวจคลื่นหัวใจ
 

อัตราการเต้นของหัวใจที่ช้าผิดปกติ
อัตราการเต้นของหัวใจที่ช้ากว่าปกติ อาจเกิดจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าของหัวใจ หรือ โรคของต่อมธัยรอยด์ สาเหตุ ได้แก่ ความผิดปกติที่ปุ่มกำเนิดคลื่นกระแสไฟฟ้า SA node, การนำไฟฟ้าจากหัวใจห้องบนไปห้องล่างช้าลงหรือถูกขัดขวาง ผลข้างเคียงจากยา โรคต่อมธัยรอยด์
 

ความผิดปกติที่ปุ่มกำเนิดคลื่นกระแสไฟฟ้า SA node                              
อัตราการเต้นของหัวใจช้าลงซึ่งเกิดจากความผิดปกติของปุ่มกำเนิดคลื่นกระแสไฟฟ้า ถ้าหากมีความผิดปกติมากผู้ป่วยก็จะมีอาการ รักษาด้วยการผ่าตัดฝังอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ช่วยให้อัตราการเต้นของหัวใจสม่ำเสมอ
 
การนำไฟฟ้าจากหัวใจห้องบนไปยังห้องล่างช้าลง หรือถูกขัดขวาง
                ความผิดปกติของระบบการนำไฟฟ้าในหัวใจจากปุ่มกำเนิดกระแสไฟฟ้า SA node ลงสู่ระบบเครื่อข่ายไฟฟ้าเพื่อไปกระตุ้นหัวใจห้องล่างช้าลงหรือถูกขัดขวาง ความผิดปกติอาจจะอยูที่ AV node หรือระบบเครือข่ายนำไฟฟ้าสู่ห้องล่าง อัตราการเต้นของหัวใจจะช้ากว่าปกติ หากมีความผิดปกติที่ระบบเครือข่ายไฟฟ้าสู่ห้องล่าง ก็จะรักษาด้วยการผ่าตัดฝังอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ช่วยให้อัตราการเต้นของหัวใจสม่ำเสมอ


อาการของหัวใจเต้นผิดปกติ
                ผู้ป่วยอาจจะมีหรือไม่มีอาการ แพทย์ผู้ตรวจสามารถตรวจพบหัวใจเต้นผิดปกติในขณะที่ตรวจร่างกายโดยการคลำชีพจร หรือ ในขณะฟังเสียงหัวใจ หรือ จากการตรวจคลื่นหัวใจ อาการที่พบได้คือ ใจสั่น หัวใจเต้นแรงกว่าปกติ เวียนศรีษะ หน้ามืดเป็นลม หายใจลำบาก หรือ รู้สึกอ่อนเพลีย หรือ เหนื่อยง่ายกว่าปกติ


การตรวจวินิจฉัยหัวใจเต้นผิดปกติ
  • การตรวจคลื่นหัวใจ
  • การบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชั่วโมง หรือ บันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะที่มีอาการผิดปกติ
  • การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะที่หัวใจทำงานมากกว่าปกติ โดยการให้ยากระตุ้น หรือ การออกกำลังกายโดยการเดินบนสายพานเลื่อน
  • การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง
  • การตรวจทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ
  • การตรวจประสาทอัตโนมัติด้วยเตียงปรับเอียง 

การรักษาหัวใจเต้นผิดปกติ
การรักษาขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของหัวใจเต้นผิดปกติ ผู้ป่วยบางคนไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา หลักการรักษาโดยทั่วไปได้แก่ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การให้ยาควบคุมการเต้นหัวใจ การเปลี่ยนจังหวะการเต้นของหัวใจด้วยการช็อคด้วยไฟฟ้า การผ่าตัดฝังอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ช่วยให้อัตราการเต้นหัวใจสม่ำเสมอ การผ่าตัดฝังอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ช่วยเปลี่ยนจังหวะการเต้นของหัวใจด้วยการช็อคไฟฟ้ การจี้รักษา หรือ การผ่าตัดหัวใจ
 

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
  • เมื่อตรวจคลื่นหัวใจ หากหัวใจเต้นผิดปกติสัมพันธ์กับกิจกรรมบางอย่าง ก็ควรจะหลีกเลี่ยงกิจกรรมนั้นๆ
  • ผู้ที่สูบบุหรี่ควรงดสูบบุหรี่
  • ลดหรือหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ควรจะลดหรืองดเลิกเครื่องดื่ม หรือ อาหารที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม และ ยาบางชนิด เพราะผู้ป่วยบางรายมีอาการหัวใจเต้นผิดปกติมากขึ้นหากได้รับคาเฟอีน
  • หลีกเลี่ยงการใช้สารกระตุ้น พบได้บ่อยในยาแก้ไอและยาแก้หวัด ยาเหล่านี้มีส่วนประกอบของสารกระตุ้นทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้ ควรอ่านฉลากยาและปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือเภสัชกรก่อน
 

การให้ยาควบคุมหัวใจเต้นผิดปกติ
                ปัจจุบันมียาหลายชนิดที่ช่วยควบคุมการเต้นหัวใจ ยาเหล่านี้ปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ หรือ ควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้ปกติ นอกจากนี้ในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจห้องบนเต้นพริ้ว หากมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตันสูง แพทย์จะแนะนำให้ทานยาป้องกันการเกิดลิ่มเลือด ยาในกลุ่มนี้ได้แก่ Aspirin, Clopidogrel (Plavix), Warfarin, Dabigatran (Pradaxa), Rivaroxaban (Xarelto), Apixaban (Eliquis)


การเปลี่ยนจังหวะการเต้นของหัวใจด้วยการช็อคด้วยไฟฟ้า (Electrical cardioversion)
                ถ้าหากการใช้ยาไม่สามารถควบคุมหัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยเฉพาะในภาวะหัวใจห้องบนเต้นพริ้ว การเปลี่ยนจังหวะการเต้นของหัวใจด้วยการช็อคด้วยไฟฟ้าเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เป็นหัตถการที่ใช้เวลาสั้น ผู้ป่วยจะได้รับยาสลบและติดแผ่นเพื่อบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่หน้าอก ต่อจากนั้นจะถูกช็อคด้วยไฟฟ้าผ่านทางแผ่นที่หน้าอก จังหวะการเต้นหัวใจจะกลับมาปกติ ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกเจ็บ หรือ จำเหตุการณ์ได้

              

การผ่าตัดฝังอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ช่วยให้อัตราการเต้นหัวใจเร็วขึ้นและสม่ำเสมอ (pacemaker)
กรณีที่มีความผิดปกติที่ปุ่มกำเนิดคลื่นกระแสไฟฟ้า SA node หรือ การนำไฟฟ้าจากหัวใจห้องบนไปยังห้องล่างช้าลง หรือถูกขัดขวาง การผ่าตัดฝังอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ช่วยให้อัตราการเต้นหัวใจสม่ำเสมอจะทำให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ การผ่าตัดฝังอุปกรณ์นี้ผู้ป่วยจะได้รับยาสลบ อุปกรณ์นี้จะประกอบไปด้วย แบตเตอร์รีและระบบคอมพิวเตอร์ (pulse generator) และลวดนำไฟฟ้า (leads) อุปกรณ์นี้จะส่งคลื่นกระแสไฟฟ้าทำให้หัวใจห้องบนและล่างทำงานสัมพันธ์กันและด้วยอัตราการเต้นที่เหมาะสม
 

การผ่าตัดฝังอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ช่วยเปลี่ยนจังหวะการเต้นเร็วของหัวใจด้วยการช็อคไฟฟ้า (Implantable cardioverter defibrillator – ICD)
                อุปกรณ์ชนิดนี้สามารถควบคุมอัตราการเต้นหัวใจให้เป็นปกติแล้วยังสามารถเปลี่ยนจังหวะการเต้นของหัวใจด้วยการช็อคไฟฟ้า ผู้ป่วยที่มีกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง หรือ มีการเต้นผิดปกติของหัวใจห้องล่างซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะแนำนำให้ผ่าตัดฝังอุปกรณ์นี้เพื่อเป็นการช่วยชีวิต การผ่าตัดฝังอุปกรณ์นี้ผู้ป่วยจะได้รับยาสลบ อุปกรณ์นี้จะเฝ้ามองทุกๆการเต้นของหัวใจ หากมีหัวใจเต้นผิดปกติจากห้องล่างซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิต อุปกรณ์นี้จะช่วยเปลี่ยนจังหวะการเต้นของหัวใจด้วยการช็อคไฟฟ้า อุปกรณ์นี้จะประกอบไปด้วย แบตเตอร์รีและระบบคอมพิวเตอร์ (pulse generator) และลวดนำไฟฟ้า (leads)
 

การจี้รักษา (Catheter ablation)
                การจี้รักษาด้วยพลังงานความร้อนเท่าคลื่นวิทยุโดยใช้สายสวนพิเศษ เป็นวิธีการรักษาที่ได้ผลดีสำหรับภาวะหัวใจเต้นผิดปกติหลายประเภทเพราะมีโอกาสหายขาดโดยไม่ต้องกินยา โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะใส่สายสวนพิเศษสอดผ่านหลอดเลือดดำที่ขาหนีบภายใต้การระงับความรู้สึกโดยวิสัญญีแพทย์ เพื่อหาตำแหน่งสัญญาณไฟฟ้าหัวใจผิดปกติที่เป็นสาเหตุของหัวใจเต้นผิดจังหวะ เมื่อพบตำแหน่งที่มีคลื่นกระแสไฟฟ้าผิดปกติ แพทย์จะส่งพลังงานความร้อนผ่านทางสายสวนเพื่อไปกำจัดจุดกำเนิดคลื่นกระแสไฟฟ้าที่ผิดปกตนั้น

 
โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ (ร่วมกับสถาบันวิจัยหัวใจเต้นผิดจังหวะแปซิฟิกริม, รัฐแคลิฟอร์เนีย, ประเทศสหรัฐอเมริกา) โดยอาจารย์นายแพทย์กุลวี เนตรมณี ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษและเป็นที่รู้จักระดับโลก ปัจจุบันได้ใช้ระบบแสดงภาพหัวใจ 3 มิติ ทำให้แพทย์สามารถจี้จุดกำเนิดคลื่นกระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติในหัวใจได้ทุกส่วนแม่นยำจนกระทั่งสัญญาณไฟฟ้าหัวใจผิดปกติถูกทำลายและไม่กลับมาอีกเมื่อถูกกระตุ้นซ้ำ ด้วยวิธีนี้ประสิทธิภาพในการรักษาจะสูงแล้ว ยังช่วยลดการสัมผัสรังสี

การจี้รักษาโรคหัวใจห้องบนเต้นพริ้วที่โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพโดยอาจารย์นายแพทย์กุลวี เนตรมณี
 
ปี 2009-2011 2012 2013 2014 รวม
จำนวนผู้ป่วย 27 32 38 38 135
สำเร็จ (%) 93 88 85 84 84.44
ภาวะแทรกซ้อน:
โรคหลอดเลือดสมอง
0 0 0 0 0
 


การผ่าตัดหัวใจ
                การผ่าตัดหัวใจเพื่อรักษาหัวใจเต้นผิดปกติอาจจำเป็นในบางกรณี เช่น โรคหัวใจห้องบนเต้นพริ้ว นอกจากทำลายจุดกำเนิดคลื่นกระแสไฟฟ้าด้วยคลื่นวิทยุที่มีความถี่สูง (Radiofrequency ablation) หรือทำลายด้วยความเย็น (Cryotherapy) แพทย์ผ่าตัดหัวใจสามารถทำลายเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่ก่อกำเนิดคลื่นกระแสไฟฟ้าด้วยวิธีการใช้มีดผ่าตัดกรีดทำลายเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องกับทางเดินของคลื่นกระแสไฟฟ้า (MAZE procedure) เป็นวิธีการที่จะต้องทำการผ่าตัดเปิดหัวใจ และสงวนไว้เฉพาะรายที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีการอื่นเท่านั้น ในปัจจุบันจะทำในกรณีที่ผู้ป่วยจะต้องผ่าตัดรักษาโรคหัวใจอย่างอื่นอยู่แล้วและมีภาวะโรคหัวใจห้องบนเต้นพริ้วร่วมด้วย
 

Rating

คะแนนโหวต: 9.5 of 10, จากจำนวนคนโหวต 508 คน