HOSPITAL HOTLINE

โทรศัพท์
:
0 3421 9600
, หรือ
1719
(LOCAL CALLS)
   

 โรคและการรักษา

ตรวจสุขภาพ

โภชนาการในผู้ป่วยเบาหวาน

                                         

ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรรับประทานอาหารที่มีทั้งชนิดและปริมาณที่เหมาะสม ตรงตามเวลาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้รับสารอาหารเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย และพลังงานที่สมดุลกับการใช้แรงงาน ผู้ป่วยโรคเบาหวานทุกคนควรให้ความสนใจ และพยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกชนิด และปริมาณอาหารที่เหมาะสม

 

ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย ผู้ป่วยสามารถเปลี่ยนอาหารได้หลากหลายเพื่อหลีกเลี่ยงความซ้ำซากจำเจ และให้มีความสุขในการรับประทานอาหารมากขึ้น โดยสลับเปลี่ยนหมุนเวียนในอาหารหมู่เดียวกัน ในปริมาณที่มีพลังงานเทียบเท่ากัน
 

อาหารผู้ป่วยเบาหวานนั้น อาจแบ่งง่ายๆ เป็น 3 ประเภท คือ

ประเภทที่ 1 ห้ามรับประทาน ได้แก่ อาหารน้ำตาล และขนมหวาน เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง สังขยา ลอดช่อง อาหารเชื่อม เค้ก ช็อกโกแลต ไอศกรีม และขนมหวานอื่นๆ เครื่องดื่ม เครื่องดื่มประเภท น้ำอัดลม น้ำเขียว น้ำแดง โอเลี้ยง เครื่องดื่มชูกำลัง นมข้นหวาน น้ำเกลือแร่ น้ำผลไม้ซึ่งมีน้ำตาลประมาณ 8-15%เป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นน้ำมะเขือเทศ มีน้ำตาลประมาณ 1%
 

ควรดื่ม น้ำเปล่า น้ำชาไม่ใส่น้ำตาล ถ้าดื่มกาแฟ ควรดื่มกาแฟดำ ไม่ควรใส่น้ำตาล นมข้นหวาน หรือครีมเทียม เช่น คอฟฟี่เมต (คอฟฟี่เมตประกอบด้วยน้ำตาลกลูโคส 58%น้ำมันปาล์ม 33%) ควรใส่นมจืดพร่องไขมัน หรือน้ำตาลเทียมแทน ถ้าดื่มนม ควรดื่มนมจืดพร่องไขมัน สำหรับนมเปรี้ยว ส่วนใหญ่ไม่ใช่นมพร่องไขมัน และมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบอยู่ประมาณ 15%


ถ้าดื่มน้ำอัดลมควรดื่มน้ำอัดลมที่ใส่น้ำตาลเทียม น้ำตาลเทียมที่มีในปัจจุบันมี 3 ประเภท คือ


1.แอสปาแทม ชื่อการค้าว่า อีควล (equal) หรือไดเอต จำหน่ายเป็นเม็ด และเป็นซอง แอสปาแทม 1เม็ด ให้พลังงาน 2กิโลแคลอรี ข้อห้ามคือ ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่เป็นฟีนิลคีโตนยูเรีย (phenylketonuria) โรคนี้พบน้อยในเมืองไทย และถ้าเป็นโรคนี้จะได้รับการวินิจฉัยโรคตั้งแต่วัยเด็ก


2.แซคคารีน (saccharin) หรือขัณฑสกร ชื่อทางการค้าว่า สวีทแอนด์โลว์ (sweet and low) ไม่มีสารอาหาร มีการศึกษาว่าเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะในหนู แต่ต้องใช้ปริมาณสูงมาก สำหรับในคนยังไม่มีหลักฐานว่าทำให้เกิดมะเร็ง


3.น้ำตาลฟรุกโตส หรือชอร์บิทอล เป็นน้ำตาลจากผลไม้ มีสารอาหารเท่ากับน้ำตาล จึงไม่ควรรับประทานน้ำตาลชนิดนี้ เพราะอาจเข้าใจผิดว่าไม่มีสารอาหาร


ประเภทที่ 2 รับประทานได้ไม่จำกัดจำนวน ได้แก่ ผักใบเขียวทุกชนิด เช่น ผักกาด ผักคะน้า ถั่วฝักยาว ผักบุ้ง ถั่วงอก ทำเป็นอาหาร ตัวอย่าง เช่น ต้มจืด ยำ สลัด ผัดผัก เป็นต้น อาหารกลุ่มนี้มีสารอาหารต่ำ นอกจากนั้นยังมีกากอาหารที่เรียกว่าไฟเบอร์ ซึ่งทำให้การดูดซึมน้ำตาลช้าลง


ประเภทที่ 3 รับประทานได้แต่จำกัดจำนวน ได้แก่ อาหารพวกแป้ง (คาร์โบไฮเดรต) ปัจจุบันอาหารพวกแป้งนั้นไม่จำกัดจำนวน ถ้าผู้ป่วยไม่อ้วนมาก เนื่องจากลดอาหารจำพวกแป้ง ทำให้ต้องเพิ่มอาหารพวกไขมัน ซึ่งอาจเป็นผลให้ระดับไขมันสูงและเพิ่มเนื้อสัตว์ทำให้หน้าที่ของไตเสียไปเร็วขึ้น


หมวดของอาหารที่สามารถรับประทานได้ในแต่ละวัน

หมวดเนื้อสัตว์  วันละ 2-3 ส่วน

หมวดข้าวและแป้ง วันละ 6-11 ส่วน

หมวดผัก วันละ 3-5 ส่วน

หมวดผลไม้ วันละ 2-4 ส่วน

หมวดไขมัน น้อยที่สุด


หมวดที่ 1 นม นม 1 ส่วน คือ 240 ซีซี. หรือนมผง 1/4 ถ้วยตวง


หมวดที่ 2 เนื้อสัตว์ เนื้อสัตว์ 1 ส่วน เท่ากับ 30 กรัม หรือไข่เป็ดไข่ไก่ปริมาณ 50 กรัม


หมวดที่ 3 ข้าวและแป้ง 1 ส่วน ได้แก่

ข้าวสุก ถ้วยตวง (1ทัพพี) มะกะโรนีสุก 90กรัม ขนมปังปอน 1แผ่นใหญ่


ประเภท ก ทานได้ไม่จำกัด

ขนมจีน 2 จับ ก๋วยเตี๋ยว ถ้วยตวง มันเทศ85กรัม วุ้นเส้นแช่น้ำ 1 ถ้วยตวง


หมวดที่ 4 ผัก ผักกาดหอม ผักกาดขาว ผักบุ้งจีน ผัก


1ผล กล้วยหอม ผล ลูกแพร์ 1ผลเล็ก

2กวางตุ้ง ผักตำลึง แตงกวา ผักเขียว แตงร้าน บวบ น้ำเต้า สายบัว


ประเภท ข 1 ส่วนเท่ากับ 100 กรัม

ถั่วฝักยาว ถั่วลันเตา ดอกกะหล่ำ หอมหัวใหญ่ บร็อกโคลี่ ใบขี้เหล็ก ดอกกุ่ยช่าย ชะอม พริกหวาน สะเดา แครอท สะตอ เห็ด ผักกระเฉด ข้าวโพดอ่อน ฝักทอง มะเขือเทศ


หมวดที่ 5 ผลไม้ 1 ส่วน ได้แก่

กล้วยน้ำว้าสุก 1ผลเล็ก อินทผาลัม 2กล้วยไข่ 1ผล น้อยหน่า 1ผลเล็ก ส้มเขียวหวาน 1ผล มะม่วง ผล มะละกอ 1 2 6ชิ้นคำ พุทรา 2ผล สับปะรด 6ชิ้นคำ องุ่น 10-12ผล แตงโม 10ชิ้นคำ เงาะ 3ผล แคนตาลูป 8ชิ้นคำ มังคุด 2ผล แตงไทย 1ถ้วย ละมุด 1ผล ลางสาด 5ผล ลิ้นจี่ 3ผล ฝรั่ง 1ผล ทุเรียน 1เม็ดเล็กเนื้อบางๆ ลำไย 8ผล แอปเปิ้ล2ผล ลูกพรุน 2ผล ชมพู่ 5ผล ส้มโอ 1/5ผล สตรอเบอรี่ 1ถ้วย น้ำมะพร้าวอ่อน 1ถ้วย เนื้อมะพร้าวอ่อน ถ้วย


​หมวดที่ 6ไขมันควรเป็นไขมันจากพืชแทนไขมันสัตว์ เช่น น้ำมันข้าวโพด น้ำมันรำ น้ำมันฝ้าย ยกเว้นน้ำมันมะพร้าว และควรงดการปรุงอาหารด้วยน้ำมันปาล์ม